Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 943/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา89(6) กรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่จัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำและทางระบายน้ำ เมื่อคลองลาดยาวเป็นทางระบายน้ำอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครการที่จำเลยถมและปิดกั้นทางระบายน้ำดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของกรุงเทพมหานครโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55การที่ศาลพิพากษาว่า การรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างและขุดดินส่วนที่มีการถม หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนและขุดดินออกเองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายนั้น เมื่อระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 10)พ.ศ. 2527 ออกใช้บังคับ โดยเพิ่มมาตรา 296 ทวิ ว่าในกรณีนี้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ดังกล่าว ดังนั้นโจทก์จึงชอบที่จะร้องต่อศาลให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขุดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออก จะให้โจทก์รื้อถอนเองโดยให้ศาลบังคับให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหาได้ไม่.(ที่มา-ส่งเสริม)

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 ป.วิ.พ. Section 296 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 Section 89

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกและครอบครองคลองลาดยาว อยู่ที่แขวงลาดยาวเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ร่วมกันซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของโจทก์ โดยจำเลยได้ใช้ดินถมคลองทั้งสองด้านทำให้ร่องน้ำแคบ สร้างกำแพงคอนกรีตลงในคลอง สร้างรั้วตาข่ายเหล็กถาวรปิดกั้นคลอง และต่อชานบ้านรุกล้ำเข้าไปในคลอง รวมทั้งปลูกต้นไม้สร้างสะพานไม้ถาวรข้ามร่องน้ำดังกล่าว ขอให้จำเลยรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากคลองลาดยาวและขุดดินออกจากคลองที่จำเลยถมและครอบครอง และทำให้คลองกลับสู่สภาพเดิมหากจำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์ขอรื้อถอนและขุดดินออกเองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้บุกรุกและก่อสร้างสิ่งต่าง ๆอันเป็นการครอบครองคลองลาดยาวดังโจทก์ฟ้อง คลองดังกล่าวกว้างเพียง 2-3 เมตร จำเลยมีที่ดินอยู่สองฝั่งคลอง ที่ชายตลิ่งพังลงคลอง จำเลยจึงขุดลอกคลองให้กว้างและลึกกว่าที่เป็นอยู่ จำเลยไม่ได้ต่อชานบ้านและสร้างบ้านรุกล้ำเข้าไปในคลอง สะพานข้ามคลองเป็นสะพานไม้ธรรมดาไม่ใช่สะพานถาวร จำเลยสร้างเพื่อเป็นทางติดต่อระหว่างที่ดินของจำเลยโดยสุจริต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกจากคลองลาดยาว และขุดดินส่วนที่มีการถมและจำเลยครอบครองออกจากคลองลาดยาวและทำให้คลองกลับสู่สภาพเดิม หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนและขุดดินออกเองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 มาตรา 66 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นบัญญัติว่า'นอกจากอำนาจหน้าที่อันจะพึงมีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งใด ที่อ้างถึงกรุงเทพมหานครตามความในมาตรา 4 แล้ว ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย ให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการในเขตกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับ... (2) การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ'แม้ต่อมากฎหมายดังกล่าวจะถูกยกเลิกและมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 แทนก็ได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครไว้ในมาตรา89 ว่า

'ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายอื่น ให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการในเขตกรุงเทพมหานครในเรื่องดังต่อไปนี้... (6) การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ'ดังนี้เห็นว่า คลองลาดยาวเป็นทางระบายน้ำอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งโจทก์มีอำนาจหน้าที่บำรุงรักษา เมื่อจำเลยถมและปิดกั้นทางระบายน้ำดังกล่าวอันเป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น.... แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าในการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างและขุดดินส่วนที่มีการถม หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนและขุดดินออกเองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นนั้น

เนื่องจากระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่10) พ.ศ. 2527 ออกใช้บังคับ ซึ่งมาตรา 11 ให้เพิ่มเติมมาตรา 296 ทวิ เป็นว่า'ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกพิพากษาให้ขับไล่หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครองถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ดังกล่าว' ดังนั้นโจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขุดดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปได้ จะให้โจทก์รื้อถอนเองโดยให้ศาลบังคับให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหาได้ไม่'

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้โจทก์ขุดดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

Supreme Court Judgment No. 3591/2559

การที่จำเลยผู้สู้ราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดชั้นเดิมละเลยไม่ใช้ราคาซื้อทรัพย์ตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่จำเลยทำไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี จนเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องขายทอดตลาดอีกซ้ำหนึ่ง และได้เงินเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 15876/2556

โจทก์ในฐานะผู้จัดสรรทำถนน ทางเท้าและรั้วคอนกรีตพิพาทล้อมรอบที่ดินของโครงการที่จัดสรรมาแต่เดิม ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการสัญจรและรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการโดยเฉพาะ มิได้หมายที่จะใ…

Supreme Court Judgment No. 2997/2554

ค้ำฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 23422 พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้าง และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 19323 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่า…

Supreme Court Judgment No. 5792/2549

โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทต่อเนื่องจากผู้ครอบครองเดิมที่ครอบครองมาก่อนใช้ ป.ที่ดิน โดยมิได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยชอบแม้ว่าเดิมที่ดินพิพาทจะเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up