Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9452/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ออกคำบังคับ โดยอาศัยสิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ซึ่งหากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า เมื่อศาลเห็นสมควรย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลยวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า แม้ในเบื้องต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยไปก่อน โดยไม่มีการสั่งให้จำเลยวางเงินเพื่อประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน แต่เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นได้เกษียณสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยให้วางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นกรณีสืบเนื่องจากคำร้องของจำเลยที่ขอให้เพิกถอนคำบังคับหรือคำสั่งศาลในชั้นบังคับคดี อันเป็นการสั่งโดยอาศัยอำนาจตามบทกฎหมายข้างต้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยวางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนนั้นย่อมเป็นที่สุด ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 2,901,125.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงินกู้ 1,595,795.12 บาท และต้นเงินค่าเบี้ยประกันภัย 35,560.08 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือน หากผิดนัดจำเลยยินยอมให้โจทก์บังคับคดีที่ดินโฉนดเลขที่ 40368 ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งในวันที่ 15 สิงหาคม 2547 โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้ในราคา 1,020,000 บาท แล้วโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจากเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2548 ผู้ร้องซื้อและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจากโจทก์ หลังจากนั้นผู้ร้องยื่นคำขอให้ศาลออกคำบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 มีใจความว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ออกคำบังคับดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นและระงับการออกคำบังคับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลและคำบังคับของศาลชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยวางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนจำนวน 50,000 บาท ภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน และให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่21 พฤศจิกายน 2548 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ออกคำบังคับอันถือได้ว่าเป็นการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำบังคับหรือคำสั่งศาลในชั้นบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่ง หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า เมื่อศาลเห็นสมควรย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลยวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ถ้าผู้ยื่นคำร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องคำสั่งของศาลให้เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า

แม้ในเบื้องต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยไปก่อนโดยไม่มีการสั่งให้จำเลยวางเงินเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน แต่เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นได้เกษียณสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยให้วางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน จำนวน 50,000 บาท ซึ่งเป็นกรณีสืบเนื่องมาจากคำร้องของจำเลยที่ขอให้เพิกถอนคำบังคับหรือคำสั่งศาลในชั้นบังคับคดี อันเป็นการสั่งโดยอาศัยอำนาจในบทมาตราดังกล่าว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยวางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนนั้นย่อมเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยมานั้นเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิแก่จำเลยในการที่จะฎีกาต่อมาอีก

Result

พิพากษายกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · วิรัช ชินวินิจกุล
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

Supreme Court Judgment No. 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

Supreme Court Judgment No. 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

Supreme Court Judgment No. 1539/2563

ที่ตั้งจริงของทรัพย์อยู่ห่างจากที่ตั้งของทรัพย์ตามประกาศขายทอดตลาดเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร และมีเนื้อที่เพียง 18 ไร่เศษ ทั้งเป็นที่ดินไม่มีทางเข้าออก การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินของจ…

Supreme Court Judgment No. 859/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 วรรคท้าย เป็นมาตรการที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกยึดถือครอบครอง ก่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up