Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 947/2504

พ.ศ. 2504 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้แปรรูปไม่รับอนุญาตและริบรถยนต์ของกลาง ที่ใช้บรรทุกไม้นั้น ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้ศาลสั่งคืน โจทก์แถลงรับว่าเป็นความจริงแต่จะมาขอคืนไม่ได้ข้อความตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503มาตรา 18 บัญญัติเฉพาะเรื่องริบทรัพย์และมิได้มีข้อความอย่างไรเป็นพิเศษว่าการริบนั้นไม่ต้องคำนึงว่าเป็นของบุคคลใด และเจ้าของจะได้รู้เห็นในการกระทำผิดนั้นหรือไม่ ผู้ร้องจึงขอคืนรถยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 36 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 Section 18

คำฟ้องและคำให้การ

มูลกรณีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้แปรรูปไม่รับอนุญาต และริบรถยนต์ของกลางที่ใช้บรรทุกไม่นั้นคดีถึงที่สุดแล้ว

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้ศาลสั่งคืนรถให้แก่ผู้ร้องโจทก์แถลงรับว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง และผู้ร้องมิได้รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลยจริง แต่พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 18 เป็นกฎหมายพิเศษมีบทบัญญัติให้ริบเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 34ซึ่งเป็นบทบัญญัติเป็นพิเศษให้ริบโดยมิให้คำนึงถึงว่าเป็นของผู้ใดจะได้รู้เห็นในการกระทำผิดหรือไม่ จะยกเอาประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยการริบทรัพย์มาใช้บังคับไม่ได้ ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติป่าไม้มาตราที่กล่าวนั้นไม่มีข้อความชัดแจ้งดังที่โจทก์อ้าง

ไม่ตัดสิทธิเจ้าของที่จะขอคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ให้คืนรถของกลางให้แก่ผู้ร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การริบทรัพย์เป็นโทษอาญาอย่างหนึ่ง การที่ผู้ร้องไม่รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลยด้วย จะปรับเอาเป็นความผิดแก่ผู้ร้องด้วยยังไม่ชอบ ผู้ร้องชอบที่จะขอคืนรถยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36

Result

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4)พ.ศ. 2503 มาตรา 18 บัญญัติเฉพาะเรื่องริบทรัพย์ และไม่มีข้อความอย่างไรเป็นพิเศษว่าการริบนั้นไม่ต้องคำนึงว่าเป็นของบุคคลใด และเจ้าของจะได้รู้เห็นในการกระทำผิดนั้นด้วยหรือไม่ฉะนั้น ผู้ร้องซึ่งไม่รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลยจึงชอบที่จะขอคืนรถยนต์ของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Supreme Court Judgment No. 635/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้อ…

Supreme Court Judgment No. 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Supreme Court Judgment No. 403/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up