คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยมีอำนาจตัดต้นไม้ตามที่โจทก์ฟ้องได้ และโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยบุกรุก
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า
ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีผิดตาม ก.ม.อาญา มาตรา ๓๒๗ ตามฟ้องนั้น ฟ้องโจทก์กล่าวแต่เพียงว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปใช้อาวุธทำลายต้นไม้โดยเจตนาทำให้เสียทรัพยฺ์และทำลายเขต มิได้กล่าวถึงว่าจำเลยเจตนาจะมิให้โจทก์ได้ปกครองทรัพย์ หรือเพื่อเข้าครอบครองทรัพย์แต่อย่างใด ฟ้องโจทก์ขาดรายละเอียดที่จะครบองค์ความผิดตามมาตรานี้ ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาของโจทก์ได้ดีพอ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ส่วนข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์นั้น เมื่อศาลชั้นต้นไม่เชื่อพยานโจทก์ ก็ไม่มีข้อเท็จจริงให้ฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ตัดทำลายหลักเขต จึงไม่มีทางจะวินิจฉัยถึงปัญหาข้อกฎหมาย
Result
จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์.(ดุลยกรณ์พิทารณ์-มนูภันย์วิมลสาร-จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์)นายประมูล ศรัทธาทิพย์ - นายเสมอ บุญยเกียรติ -