คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ยื่นคำร้องขอว่า+แทน โจทก์ คดีนี้ ข.
โจทก์ฟ้อง จำเลยให้ใช้เงินโดยหาว่า จำเลยซึ่งเปนผู้จัดการทรัพย์ของ ข. ที่ถูกขัดทำให้ทรัพย์นั้นหายไป ศาลเดิมพิพากษาให้ จำเลยใช้เงิน ศาลอุทธรณ์กลับสัตย์ ศาลเดิมให้ยกฟ้อง โจทก์ ข. โจทก์ไม่ฎีกาอ้างเหตุว่าเพราะไม่มีเงิน ฝ่ายบริษัท ด. ได้ทำคำร้องยื่นต่อศาลเดิม ขอให้ศาลสั่งให้บริษัท ด. ถวายฎีกาว่าความแทน โจทก์ผู้เปนลูกหนี้ของบริษัท ด. ผู้ร้องต่อไปตามประมวลแพ่ง ม. ๒๓๓ - ๒๓๔ ศาลเดิมสั่งยกคำร้องโดยเห็นว่า บริษัท ด. ไม่มีสิทธิที่จะถวายฎีกาแทนหรือในนามของโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลเดิมว่าบริษัท ด. มีสิทธิที่จะถวายฎีกาได้ในนามของตนแทน โจทก์ บริษัท ศ. ฎีกาว่าประมวลแพ่ง ม. ๒๓๓,๒๓๔, กินความฉะเพาะเมื่อลูกหนี้เพิกเฉยเสีย ในคดีนี้ โจทก์ได้เพิกเฉยได้ฟ้องแลต่อสู้คดีตลอดจนถึงชั้น อุทธรณ์ ศาลไม่ควรยอมให้บริษัท ด. ผู้ร้องเข้าเปนตัวความแทน โจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์ว่าบริษัท ด. มีสิทธิเข้าเปนตัวความแทน โจทก์ได้ เพราะสิทธิเรียกร้องในมาตรานี้ท่านประสงค์จะให้มีความหมายกว้างขวาง เพราะป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ล้มความกระทำให้เจ้าหนี้ต้องเสียประโยชน์ถึงยอมให้เจ้าหนี้ว่าความแทนลูกหนี้ได้ในระวางการ พิจารณาคดีและตลอดถึงชั้น อุทธรณ์และฎีกา