Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9602/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เงินทอน 10 บาท ของกลางที่สายลับใช้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ต้องริบตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 102 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2553)

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 102

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 194 เม็ด หนัก 17.46 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไป 5 เม็ด โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวและเงินเหรียญ 10 บาท ซึ่งจำเลยใช้ทอนเป็นของกลาง จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 7649/2540 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบของกลางและนับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษในคดีดังกล่าว

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 102 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ริบของกลาง นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8057/2543 ของศาลชั้นต้น ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกประพันธ์ ดาบตำรวจอนันต์และจ่าสิบตำรวจนพดลเบิกความเป็นพยานว่า ร้อยตำรวจเอกประพันธ์ทราบจากสายลับว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงร่วมกับพวกวางแผนล่อซื้อจับจำเลยโดยขอหมายค้นจากศาลชั้นต้น และได้ใช้สายลับไปล่อซื้อจากจำเลย สายลับได้นำธนบัตร 100 บาท 1 ฉบับ 20 บาท 8 ฉบับ ที่ร้อยตำรวจเอกประพันธ์ได้ถ่ายสำเนาและลงบันทึกในรายงานประจำวันไว้ไปล่อซื้อ จากนั้นสายลับได้นำเมทแอมเฟตามีน 5 เม็ด พร้อมเหรียญ 10 บาท 1 เหรียญ ไปมอบให้ร้อยตำรวจเอกประพันธ์แจ้งว่าซื้อมาจากจำเลย ชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน แต่ปฏิเสธฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกันเป็นขั้นตอนและมีการดำเนินกระบวนพิจารณาอื่นประกอบ กล่าวคือ มีการขอหมายค้นและนำธนบัตรไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกในรายงานประจำวันไว้ก่อนที่จะล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย นอกจากนี้โจทก์ยังมีร้อยตำรวจเอก (ยศขณะเบิกความ) ศิลาพนักงานสอบสวนเบิกความว่า ชั้นสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่จำเลยว่า มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การรับสารภาพฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน แต่ปฏิเสธฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การที่จำเลยให้การรับสารภาพทั้งชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนซึ่งเป็นผลร้ายแก่จำเลย หากจำเลยมิได้กระทำความผิดจริง จำเลยคงมิได้ให้การเช่นนั้น

นอกจากนี้จำเลยยังเคยกระทำความผิดในลักษณะนี้มาก่อนแล้ว พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้มั่นคงว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 5 เม็ด ให้แก่สายลับจริง ที่จำเลยอ้างว่าให้การรับสารภาพฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเพราะกลัวเจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีนางสาวสุดารัตน์ บุตรี นั้น ขัดต่อเหตุผลทั้งนี้ เพราะหากเจ้าพนักงานตำรวจต้องการที่จะใส่ร้ายจำเลยจริงก็น่าจะระบุว่าจำเลยให้การรับสารภาพฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นข้อหาที่หนักกว่า แทนที่จะให้รับสารภาพเฉพาะฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ทั้งข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งจำเลยสามารถดำเนินคดีแก่เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวได้ แต่จำเลยหาได้กระทำไม่ จึงไม่มีน้ำหนักรับฟัง แต่หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พ.ศ.2522 ใหม่ ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายใหม่ลงโทษแก่จำเลย ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไข ศาลฎีกาสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง สำหรับเงินทอน 10 บาท ของกลาง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า เป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงต้องริบตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

Matter details

Panel of judges
ศิริชัย วัฒนโยธิน · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล · กีรติ กาญจนรินทร์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5747/2561

เจตนารมณ์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดในชั้นที่ถูกกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง เพื่อเยียวยาแก้ไขเสียก่อนเข้า…

Supreme Court Judgment No. 1888/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยพร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง ที่จำเลยใช้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่อจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื…

Supreme Court Judgment No. 6733/2560

ร้อยตำรวจเอก ท. และดาบตำรวจ บ. กับพวกตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางได้จากจำเลยที่อำเภอปากพนัง ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากพนัง การสอบสวนโดยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศ…

Supreme Court Judgment No. 6521/2560

แม้คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ แต่โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับรถยนต์ของกลางว่า เป็นยานพาหนะที่จำเลยกับพวกใช้ขับมาร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ โดยไม่ปรากฏว่ามีการใช้รถยนต์ของกลางซุกซ่อน…

Supreme Court Judgment No. 6216/2560

แม้บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเป็นเพียงพยานบอกเล่าแต่ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อม น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ เพราะจำเลยทั้งสองให้การในชั้นสอบสวนหลังเกิดเหตุใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up