Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 961/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงมาแล้วว่า ทางหลวงชนบทตรงที่จับจำเลยได้พร้อมกับไม้ของกลางอยู่ในบริเวณป่าอันเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม้ของกลางเป็นไม้ที่ถูกตัดจากในป่าสงวนแห่งชาติ การที่จำเลยฎีกาว่าทางหลวงชนบทที่จำเลยถูกจับนั้นมิใช่ป่าสงวนแห่งชาติ และการนำไม้หวงห้ามออกจากป่าหมายถึงการนำไม้ที่มีอยู่หรือขึ้นอยู่ในป่า มิได้หมายความถึงการซื้อไม้ที่มีคนนำมาขายให้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนี้ เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ไม้ของกลางตัดมาจากป่าสงวนแห่งชาติอันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพของป่านั้นแล้ว การที่จำเลยนำไม้ของกลางออกจากป่าสงวนแห่งชาติซึ่งอยู่ในความหมายของการทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นความผิดตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 แล้ว

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 218 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 Section 14 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีไม้สักแปรรูป ปริมาตรเนื้อไม้0.40 ลูกบาศก์เมตรอันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยได้บังอาจร่วมกันใช้รถจักรยานยนต์ชักลากและนำไม้สักแปรรูปที่มีอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติที่จำเลยมีไว้เป็นความผิดออกจากป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 4, 6, 14, 15, 31, 35 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 11, 48, 73, 74, 74 ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2494 มาตรา 6 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503มาตรา 17, 18 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และสั่งริบไม้สักและรถจักรยานยนต์ของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 และพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 11, 73 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 6 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 17 แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 เพียงฐานเดียว ให้จำคุก 9 เดือน ปรับคนละ 3,000 บาทลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้คนละ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุกคนละ 6 เดือนปรับคนละ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ไม้และรถจักรยานยนต์ของกลางริบ ข้อหาฐานร่วมกันมีไม้สักแปรรูปเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองให้ยกจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวฟ้องพนักงานป่าไม้และตำรวจได้จับกุมจำเลยทั้งสามขณะที่รถจักรยานยนต์คนละคัน

บรรทุกไม้สักแปรรูปคันละ 2 ท่อนมาตามทางรถยนต์เส้นทางหลวงชนบท จากบ้านแม่จ๋องไปทางบ้านแม่ป๊อก ซึ่งอยู่ในบริเวณป่าแม่ตืนและป่าแม่แนต โดยจำเลยซื้อไม้ของกลางมาจากชายคนหนึ่งที่ตัดไม้นั้นในป่าบ้านแม่จ๋องซึ่งอยู่ในบริเวณป่าแม่ตืนแม่แนตอันเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติจำเลยฎีกาว่า ทางหลวงชนบทที่จำเลยถูกจับกุมนั้นมิใช่ป่าสงวนแห่งชาติและการนำไม้หวงห้ามออกจากป่าหมายถึงการนำไม้ที่มีอยู่หรือขึ้นอยู่ในป่า มิได้หมายความถึงการซื้อไม้ที่มีคนนำมาขายให้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงมาแล้วว่า ทางหลวงชนบทตรงที่จับจำเลยทั้งสามได้พร้อมกับไม้ของกลางอยู่ในบริเวณป่าแม่ตืนและป่าแม่แนตอันเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และไม้ของกลางเป็นไม้ที่ถูกตัดจากในป่าสงวนแห่งชาติ

ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ส่วนข้อที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า การนำไม้ออกจากป่าสงวนแห่งชาติอันจะเป็นผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ต้องปรากฏด้วยว่าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้เสื่อมเสียแก่สภาพของป่าสงวนด้วยนั้นศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าไม้ของกลางตัดมาจากป่าสงวนแห่งชาติอันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพของป่านั้นแล้วการที่จำเลยทั้งสามนำไม้ของกลางออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในความหมายของการทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นความผิดตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 แล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · ชุ่ม สุนทรธัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1486/2520

จำเลยร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติและอ้างว่ามีหนังสือของนายกรัฐมนตรีที่สั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติเรื่องราษฎรเข้าทำกินในที่ป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากการกระทำผิด เมื่อจำเล…

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 3646/2565

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ส่งความเห็นเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยมีข้ออ้างและคำขออย่างเดียวกันมาพร้อมกับฎีกา ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำสั่งไปแล้ว การที่จำเลยยังคงฎีกาในประ…

Supreme Court Judgment No. 1123/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่หรือมีสิทธิใดอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย จำเลยจึงต้องออกจากป่าสงวนแห่งชาติและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจาก…

Supreme Court Judgment No. 859/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 วรรคท้าย เป็นมาตรการที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกยึดถือครอบครอง ก่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up