Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 978/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่จำเลยจะร้องขอให้ศาลกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย และคดีถึงที่สุดไปแล้วก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายอาญา คือวันที่ 1 ม.ค. 2500 ถ้าคดีของจำเลยมาถึงที่สุดลง เมื่อประมวลกฎหมายอาญาได้ออกใช้เสียแล้ว กรณีก็ไม่อยู่ในบังคับ มาตรา 3 (1) แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่ศาลจะแก้กำหนดโทษเสียใหม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยถึงความหนักเบาของโทษตามกฎหมายเก่าใหม่แต่อย่างใดด

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองถูกศาลพิพากษาให้จำคุกคนละ ๖ ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๒๗ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๓๐๔ คดีถึงที่สุดภายหลังที่ประกาศใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษของจำเลยทั้งสองเสียใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ (๑) โดยอ้างว่า ความผิดของจำเลยต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วย มาตรา ๒๖๔ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือถ้าประกอบด้วย มาตรา ๒๖๕ ก็มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี เท่านั้น ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสอง ให้ยกคำร้องของจำเลย ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ที่จำเลยทั้งสองร้องขอให้ศาลกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ (๑)

นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย และคดีถึงที่สุดไปแล้วก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายอาญา คือ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๐๐ แต่กรณีของจำเลยทั้งสองหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ กล่าวคือ คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ศาลฎีกาได้พิพากษาเมื่อได้ใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งคดียุติเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็ได้อ่านให้จำเลยที่ ๒ ฟังเมื่อได้ใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้วเช่นกัน หากจำเลยที่ ๒ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์มิได้ใช้ประมวลกฎหมายอาญาลงโทษให้เป็นคุณแก่จำเลย จำเลยที่ ๒ ก็ชอบที่จะยื่นฎีกาคัดค้านเสียในชั้นนั้น แต่จำเลยที่ ๒ ก็หาได้ทำเช่นนั้นไม่ เมื่อคดีของจำเลยทั้งสองมาถึงที่สุดลงเมื่อประมวลกฎหมายอาญาได้ออกใช้เสียแล้ว กรณีก็ไม่อยู่ในบังคับ มาตรา ๓ (๑) แห่งประมวลกฎหมาย อาญาที่ศาลจะแก้กำหนดโทษเสียใหม่ได้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยถึงความหนักเบาของโทษของจำเลยตามกฎหมายเก่าใหม่แต่อย่างใด

Matter details

Panel of judges
สุทธิมนต์นฤนาท · มนูภันย์วิมลสาร · อนุสสรนิติสาร
Lower court
ศาลอาญา - นายปาลพันธ์ ปาณิกบุตร (คำสั่ง)
ศาลอุทธรณ์ - นายเชื้อ คงคากุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 434/2568

กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็…

Supreme Court Judgment No. 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

Supreme Court Judgment No. 2306/2567

แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารตามคำสั่งของพวกเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด แต่ก็มีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำด้วยการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และในที่สุดได้…

Supreme Court Judgment No. 246/2567

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.410 กรัม และจำหน่ายไปมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.027 กรัม ซึ่งแม้จะเป็นการขายให้แก่สาย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up