Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9783/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ46วรรคสองนั้นมีความหมายว่าเป็นการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปโดยเด็ดขาดโดยไม่จ่ายค่าจ้างให้ด้วยซึ่งสภาพความเป็นนายจ้างและลูกจ้างสิ้นสุดลงไม่ใช่เรื่องกาให้ลูกจ้างหยุดงานเพียงชั่วคราวซึ่งสภาพการเป็นนายจ้างและลูกจ้างยังไม่สิ้นสุดลงและลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างระหว่างให้หยุดงานชั่วคราวลูกจ้างก็มีสิทธิเรียกเอาได้ส่วนข้อความที่ว่า"ไม่ว่าเพราะเหตุอื่นใด"ในกฎหมายดังกล่าวนั้นก็หมายถึงมูลเหตุของกรณีที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปโดยเด็ดขาดโดยไม่จ่ายค่าจ้างนั้นเองมิใช่กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวหรือพักงานแต่อย่างใดเช่นนี้การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยเพื่อรอการลงโทษจนกว่าคดีอาญาที่โจทก์ต้องหาว่าลักทรัพย์ของนายจ้างจะถึงที่สุดนั้นนับว่าเป็นการให้ลูกจ้างหยุดงานเป็นการชั่วคราวสภาพการเป็นนายจ้างลูกจ้างยังคงมีอยู่ต่อไปไม่ใช่เป็นกรณีจำเลยไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไปโดยเด็ดขาดเพราะเมื่อคดีถึงที่สุดปรากฎว่าโจทก์ไม่มีความผิดจำเลยก็ต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานต่อไปเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยเลิกจ้างและจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานให้แก่โจทก์เพราะการที่โจทก์ไม่ได้ทำงานนั้นเนื่องมาจากฝ่ายจำเลยเองก็ไม่มอบงานให้ทำแต่จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์การสั่งพักงานโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างตามบทกฎหมายดังกล่าว

Provisions the court ruled on

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์เสียหายไม่ได้รับค่าจ้างค่าชดเชย เงินโบนัส และเงินอื่น ๆ ที่โจทก์มีสิทธิได้รับได้แก่เงินค่าครองชีพเดือน เบี้ยขยัน และค่าเสียหาย จากการขาดรายได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการต่อสู้คดีขอคิดเป็นเงินเท่ากับค่าชดเชยจำนวน 26,100 บาท รวมเงินที่จำเลยต้องจ่ายให้โจทก์ทั้งสิ้นจำนวน 59, บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 59,075.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2538เวลากลางคืนลูกจ้างจำเลยได้แก้ตัวโจทก์ นายแสงเทียน มะโนศิลาและนายศุภชัย ธีระชาติ

ร่วมกันลักรองเท่ากีฬายี่ห้อรีบอค2 คู่ ราคา 5,000 บาท ไปจากโรงงานจำเลยเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้พร้อมของกลาง คดีอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการฟ้องศาลต่อไป จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์เพียงแต่พักงานโจทก์เพื่อรอฟังผลคดีอาญาซึ่งโจทก์ถูกกล่าวหาว่าร่วมลักทรัพย์ของจำเลยเพราะถ้าโจทก์ยังทำงานกับจำเลยในระหว่างถูกดำเนินคดีอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอีกหากปรากฎว่าพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยก็จะยกเลิกคำสั่งพักงานและรับโจทก์กลับเข้าทำงานต่อไปโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องวันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน โจทก์แถลงรับว่าได้รับเงินค่าจ้างค้างจ่ายและเงินโบนัสตามฟ้องจากจำเลยเรียบร้อยแล้ว คู่ความรับข้อเท็จจริงกันอีกว่า คำสั่งพักงานของจำเลยปรากฎตามเอกสารหมาย จ.ล.1 การพักงานเป็นไปตามเอกสารท้ายคำแถลงฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2539 หมาย จ.ล.2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ แล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับในการทำงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง โดยร่วมกับผู้อื่นลักทรัพย์ของจำเลย จำเลยย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้ แต่จำเลยลงโทษในสถานที่เบากว่า โดยให้โจทก์พักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง ซึ่งเป็นคุณยิ่งกว่า จึงย่อมกระทำได้ทั้งคำสั่งพักงานดังกล่าวปรากฎตามเอกสารหมาย จ.ล.1 ก็กำหนดให้การพักงานมีผลจนกว่าคดีอาญาถึงที่สุด ซึ่งฟังได้ว่าหากโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยจะให้โจทก์เข้าทำงานต่อไปตั้งแต่นั้น มิใช่เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ไม่ให้ทำงาน ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับสินค้าแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย

เงินอื่น ๆคือค่าครองชีพ เบี้ยขยัน และค่าเสียหายตามฟ้อง ส่วนค่าจ้างค้างจ่ายและเงินโบนัสตามฟ้องโจทก์ได้รับจากจำเลยเรียบร้อยแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์โดยไม่จ่ายค่าจ้างเป็นการเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง ระบุว่า "การเลิกจ้างตามข้อนี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ไม่ว่าจะเป็นเฉพาะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้"

นั้น มีความหมายว่าเป็นการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปโดยเด็ดขาด โดยไม่จ่ายค่าจ้างให้ด้วยซึ่งสภาพความเป็นนายจ้างและลูกจ้างสิ้นสุดลง ไม่ใช่เรื่องการให้ลูกจ้างหยุดงานเพียงชั่วคราว ซึ่งสภาพการเป็นนายจ้างและลูกจ้างยังไม่สิ้นสุดลงและลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างระหว่างให้หยุดงานชั่วคราว ลูกจ้างก็มีสิทธิเรียกเอาการได้ ส่วนข้อความที่ว่า "ไม่ว่าเพราะเหตุอื่นใด"นั้นก็หมายถึงมูลเหตุของกรณีที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปโดยเด็ดขาดโดยไม่จ่ายค่าจ้างนั่นเอง มิใช่กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวหรือพักงานแต่อย่างใด เช่นนี้การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยเพื่อรอการลงโทษจนกว่าคดีอาญาที่โจทก์ต้องหาว่าลักทรัพย์ของนายจ้างจะถึงที่สุดนั้น

นับว่าเป็นการให้ลูกจ้างหยุดงานเป็นการชั่วคราวสภาพการเป็นนายจ้างลูกจ้างคงมีอยู่ต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีจำเลยไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไปเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยเลิกจ้างและจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานให้แก่โจทก์ เพราะการที่โจทก์ไม่ได้ทำงานนั้นเนื่องมาจากฝ่ายจำเลยเองก็ไม่มอบงานให้ทำ แต่จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ การสั่งพักงานโจทก์ จึงไม่เป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานดังที่ยกมากล่าวข้างต้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามที่อุทธรณ์ขอมาพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมมาตร พรหมานุกูล · พรชัย สมรรถเวช · ธวัชชัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2960/2545

แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีอำนาจในการที่จะสั่งถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ใดภายใต้เงื่อนไข พ.ร.บ.…

Supreme Court Judgment No. 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

Supreme Court Judgment No. 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up