คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยประกันนางอ่องจากพนักงานอัยยการก่อนแล้วประกันนายอู๊ดจากศาลไปอีก โดยกล่าวไว้ในคำร้องขอประกันทั้ง ๒ แห่งใจความว่า จำเลยมีเรือน ๑ หลังมิได้เคยจำนำ จำนอง ขายหรือประกันผู้ใดไว้ แต่อย่างใดอัยยการและศาลจึงต่างให้จำเลยประกันไป ครั้นต่อมาจำเลยได้ส่งตัวนางอ่องและขอถอนประกันจากพนักงานอัยยการ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในชั้นขอประกันต่อศาลตามมาตรา ๑๑๘-๓๐๔ ศาลเดิมเห็นว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๓๐๖ แต่โจทก์ขอให้ลงโทษตาม ม.๓๐๔ จึงคงลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๐๔
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่มีผิดให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยไม่มีผิดฐานฉ้อเพราะไม่ใช่เรื่องหลอกลวงให้ส่งทรัพย์หรือถอนทำลายหนังสือสำคัญ แต่การกระทำของจำเลทำลายหนังสือสำคัญ แต่การกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ม.๑๑๘ เพราะเมื่อจำเลยขอประกันนายอู๊ดต่อศาลนั้นจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเรือนของจำเลยหลังนั้นจำเลยได้แสดงหลักฐานไว้ต่อพนักงานอัยยการรังคงเป็นหลักฐานผูกพันอยู่ การกระทำเช่นนี้อาจทำให้ฝ่ายศาลเสียหายได้ จึงพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘ ให้ปรับ ๒๐ บาท