+ปรโตคลว่าด้วยอำนาจศาล ใช้บังคับแก่คนบังคับ+เดนมาร์กในกรุงสยาม +468 ข้อ 3 ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจะรับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามโปรโตคลว่าด้วยอำนาจศาลซึ่งใช้บังคับแก่บุคคลบางประเภทมิได้ สัญญาทางพระราชไมตรีคนในบังคับเดนม …
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ในคดีที่โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจะนำม.194 มาใช้บังคับมิได้
จำเลยบังอาจลอบเอาแหวนซุกใส่ในกระเป๋าเจ้าพนักงานซึ่งเข้าไปทำการตรวจค้นที่บ้านจำเลยโดยสงสัยว่าจะมีของต้องห้าม ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการใส่เท็จทำพะยานเพื่อให้เห็นว่าเจ้าพนักงานลักทรัพย์ดังนี้ จำเลยต้องมีผิดตามม.159 แต่ไม่มีผิดตาม …
โจทก็ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 9-10 ค่ำเวลากลางคืน ได้ความว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 8 ค่ำจวนค่อนรุ่งลงโทษจำเลยไม่ได้ วันเวลาถือว่าเป็นรายละเอียดอันสำคัญที่ต้องแถลงในฟ้อง หากว่าฟ้องนั้นผิดวันและโจทก์มิได้ขอแก้เสียในเวลาสมควรปล่อยล่วงเล …
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปีตาม ม.276 -243 ศาลอุทธรณ์แก้จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 243 แต่บทเดียวเป็นการแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับฝากของแล้วเอาไปจำนำเสียโจทก์จะเอาคืนจำเลยไม่มีคืนให้ และโจทก์ได้อ้างตัวเองเบิกความเป็นพะยานรับรองฟ้องนั้นแล้ว เพียงเท่านั้นเรียกได้ว่าคดีมีมูลทางอาญา พอที่จะประทับฟ้องดำเนินการพิจารณาต่อไปได้
นายประกันหลายคนเข้าทำการรับประกันตัวจำเลยต่อศาล ถ้าหากจำเลยหนีไปนายประกันทุกคนจะต้องรับผิดร่วมกัน และศาลจะบังคับเอาแก่นายประกันคนหนึ่งคนใดในจำนวนค่าประกันทั้งหมดก็ได้
สัญญาให้สินน้ำใจอันจะเป็นผิดตาม ม.1+7 นั้นจะต้องปรากฎว่าได้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่บุคคลผู้ให้สินน้ำใจ ความผิดตาม ม.137 นั้นผู้กระทำไม่จำเป็นต้องทำการนอกเหนือจากหน้าที่ เพียงแต่รับสินจ้างเพื่อช่วยเหลือกิจการในหน้าที่ก็เป็นผิ …
ในคดีที่ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำเลยและโจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยยังไม่ควรมีความผิดก็พิพากษาปล่อยจำเลยได้
ฟ้องอุทธรณ์ที่กล่าวแต่เพียงว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยคลาดเคลื่อนไม่ต้องด้วยเหตุผลนั้น ไม่ถือว่าเป็นฟ้องอุทธรณ์อันจะพึงรับไว้พิจารณา
ในคดีที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยรับโคไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษตาม ม.321 แต่บทเดียวโดยมิได้อ้าง พ.ร.บ.สัตว์พาหนะสำหรับเป็นบทลงโทษจำเลยด้วยแล้ว หน้าที่นำสืบความบริสุทธิหาตกอยู่แก่จำเลยไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรศาลจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 321 แลในฟ้องตอนหนึ่งกล่าวว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแต่ก่อนขอให้ศาลเพิ่มโทษจำเลยด้วย แต่คำขอท้ายฟ้องมิได้อ้างมาตรา 72 ขึ้นมา แลจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดดังฟ้องโจทก์ทุกประการดังน …
ฟ้องอุทธรณ์ที่กล่าวแต่เพียงว่าตามที่ศาลจังหวัดพิจารณาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นยังไม่ชอบด้วยทางพิจารณาแลกฎหมายนั้นไม่เป็นอุทธรณ์ที่จึงพึงรับไว้พิจารณาตามกฎหมาย
ฟ้องว่าลักทรัพย์ได้ความว่ารับของโจรลงโทษไม่ได้ ยกฟ้อง
ฟ้องว่าลักทรัพย์และขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์จะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้
ความผิดฐานยักยอกตาม ม.314 นั้นถ้าไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานแล้ว อัยยการโจทก์หามีอำนาจนำคดีขึ้นว่ากล่าวโดยลำพังไม่ แลคดีเช่นนี้เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ …
+บรรยายฟ้องว่า+เลยกระทำการทรัพย์และขอให้โทษฐานลักทรัพย์+พิจารณาได้ความ+จำเลยทำผิดฐานของโจร จะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้ ประมวลวิธีพิจารณาอาญามาตรา 192 +หมายถึงความผิดโจทก์กล่าวไว้ในฟ้องการกระทำแต่ละอย่าง+เป็นความผิดได้.
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลย 5 ปีตามม.256 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกตาม ม.256-55-59 กำหนด 8 เดือนดังนี้เป็นแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้