มาตรา 218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี ไม่ว่าจะมีโทษอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,619 คดี
ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 7 กันยายน 2535จำเลยยอมรับอยู่ว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงขอให้ศาลส่งไปให้ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะรับรองให้ฎีกา แต่ปรากฏว่าผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะไม่รับรองให้ฎีกา จำเลยจึงอุทธรณ์อีกว่าปัญหาตามฎีกาดังกล่าว เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย และการที่ศาลสั่งในฎีกา ฉบับลงวันที่ 7 กันยายน 2535 เป็นการสั่งตามที่จำเลยขอให้ ศาลสั่งตามคำร้องฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2535 และศาลได้…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218,219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า คดีนี้อัตราโทษอย่างสูงของความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นจำคุก 7 ปี ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองจึงฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า สำหรับฎีกาข้อ 2.2 เป็นการโต้เถียงบิดเบือนข้อเท็จจริงอันจะนำไปสู่ ข้อกฎหมายเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3และข้อ 2.4 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพียงแต่แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุก จำเลยกระทงละ ไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยทั้งหมดเป็นฎีกาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักมาซึ่งทั้งสองศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 3 เดือนจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่จำเลยฎีกาว่าจำเลย นำมาใช้โดยเปิดเผย ผู้เสียหายเอาของกลางคืนก็คืนให้โดยดี ยังไม่พอฟังว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ไว้ โดยรู้อยู่แล้วว่า เป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์นั้น จึงเป็นการโต้แย้งดุลพิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในเรื่องการรับฟังคำพยานโจทก์ และในเรื่องที่ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2.2ย่อหน้าแรก และข้อ 2.3 ส่วนฎีกาส่วนอื่นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า ศาลรับฟังความเสียหายนอกฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและฎีกาข้อ 2.2 มีทั้งปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษา แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียหาย ท่อส่งน้ำคอนกรีตและก้านพวงมาลัยปิดเปิดประตูน้ำซอยที่ 1…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คำให้ การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุได้รับการบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62)ศาลชั้นต้นพิพาก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็น ฎีกาข้อเท็จจริง ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี ฎีกาจำเลย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี 8 เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีของจำเลย จึงเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกเกิน 5 ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจาร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อพิเคราะห์ ฎีกาของจำเลยแล้ว ปรากฏว่าเป็นกรณีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะอ้างว่าฎีกาปัญหาข้อกฎหมายประกอบข้อเท็จจริง แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาว่าการส่งหมายนัดให้โจทก์ทราบโดยชอบหรือไม่ ซึ่งเป็น ข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกา จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการกล่าวอ้างข้อกฎหมายไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย มิใช่เป็นการกล่าวอ้างข้อกฎหมายไปสู่ปัญหาข้อเท็จจริง…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ในข้อหาความผิดต่อชีวิต และเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษ จำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะความผิดฐานย้ายศพ เพื่อปิดบังเหตุแห่งความตาย จึงไม่เป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อเป็น…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับฟังคำเบิกความของผู้เสียหายและนางปรานงฉึ่งเป็นเพียงพยานชั้นสอง เพื่อวินิจฉัยลงโทษจำเลยทั้งที่คดีนี้ยังมีพยาน ชั้นหนึ่งอยู่ การรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นฎีกาใน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกา ของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อความที่ปรากฏในข่าวหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วงจร และรายวันสยามรัฐ จะเป็นการหมิ่นประมาท โจทก์ทั้งสองหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 242 แผ่นที่ 3 ที่ 4)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประม…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326,83,91 ได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 241 แผ่นที่ 3 ที่ 4)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เป็นปัญหา ซึ่งยุติในชั้นอุทธรณ์แล้ว และฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่า เช็คตามฟ้องไม่ได้สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้แต่เป็นการออกเพื่อค้ำประกันหนี้จึงไม่มีความผิด เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.3 คงรับฎีกาเฉพาะข้อ 2.2จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา