Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องของโจทก์กล่าวเป็นใจความว่า จำเลยบังอาจสมคบกันเข้ากรีดเอาน้ำมันยางในสวนของโจทก์โดยการทุจริต ซึ่งโจทก์มิได้อนุญาต และขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 288,63 ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้กล่าวว่าจำเลยเอาน้ำยางไปหรือลักเอาน้ำยางไป ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกรีดเอาน้ำยางของโจทก์โดยการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นการเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์นับว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 ครบข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๘๘- ๖๓ และใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ผู้เดียว ยกฟ้องจำเลยที่ ๑-๓ โจทก์อุทธรณ

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎี่กา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์กล่าวเป็นใจความว่าจำเลยบังอาจสมคบกันเข้ากรีดเอาน้ำยางในสวนของโจทก์โดยการทุจริต ซึ่งโจทก์มิได้อนุญาตและขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๘๘-๖๓ แม้โจทก์จะมิได้กล่าวว่าจำเลยเอาน้ำยางไป หรือลักเอาน้ำยางไป ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกรีดเอาน้ำยางของโจทก์โดยการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ นับว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ ครบข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว ส่วนข้อเท็จจริง เห็นว่าคดียังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๑-๓ กระทำไปโดยทุจริต

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้รับประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต · ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตรัง - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2500

บรรยายฟ้องข้อ 1 ว่าจำเลยลักทรัพย์ แต่กล่าวในฟ้องข้อ2 ว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เช่นนี้เป็นฟ้องที่ขัดกัน ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2007/2500

ถึงแม้ในคำบรรยายฟ้องอาญา โจทก์จะได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดแล้วก็ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)ก็ยังมีความประสงค์ให้โจทก์อ้างบทมาตราแห่งความผิดไว้ในท้ายฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2495

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยลักทรัพย์ระหว่างนั้น ถึงวันนั้น ซึ่งเป็นระยะเวลา 20 วันเศษ เวลาใดไม่ปรากฎชัด ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 288, 293. ดังนี้ ย่อมกินความตลอดทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งเมื่อจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2494

ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์โดยบรรยายฟ้องในตอนต้นกล่าวหาว่า จำเลยรับมอบทรัพย์แล้ยักยอกทรัพย์ แต่ตอนหลังกลับกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์แล้วอ้างบทมาตราขอให้ลงโทษทั้งความผิดฐานลักทรัพย์แลยั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1329/2493

ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักไม้สักที่เจ้าพนักงานป่าไม้อำเภอเมืองยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญา ซึ่งบุคคลอื่นต้องหาว่าตัดฟันไม้สักรายนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานไป ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ แม้จะไม่ได้บรรยายว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้