Section 247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๒ ฎีกา
การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ แล้วให้ศาลชั้นต้นรีบส่งคำร้องพร้อมคำฟ้องฎีกาดังกล่าวไปยังศาลฎีกา และให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยคำร้องให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
1,728 cases
คำร้องขอเพิ่มเติมคำฟ้องฎีกาจะต้องยื่นภายในกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 247 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 247
การอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกานั้น ต้องอุทธรณ์ภายในกำหนดสิบวันตาม มาตรา 234 และ247 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิใช่ภายในกำหนดสามสิบวันตามมาตรา 228
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 234
ป.วิ.พ. มาตรา 247
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาแล้ว การสั่งเรื่องรับมรดกความย่อมอยู่ในอำนาจของศาลฎีกา
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 42
ป.วิ.พ. มาตรา 246
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขัดทรัพย์ในชั้นฎีกามิใช่ขอถอนฎีกา คำร้องมิได้ระบุว่าร้องขอต่อศาลชั้นต้นหรือศาลฎีกา และเสียค่าคำร้องมาเพียง 10 บาท เมื่อศาลชั้นต้นส่งคำร้องมาให้ศาลฎีกาสั่ง ศาลฎีกาย่อมคืนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสอบถามผู้ร้องให้ได้ความชัดเจนเสียก่อนถ้าผู้ร้องประสงค์จะร้องต่อศาลฎีกาก็ให้เรียกค่าธรรมเนียมให้ถูกต้อง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 175
ป.วิ.พ. มาตรา 246
ป.วิ.พ. มาตรา 247
คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2517 กำหนดระยะเวลาฎีกาหนึ่งเดือนจึงครบกำหนดในวันที่ 18 มีนาคม 2517 ซึ่งเป็นวันอันตรงกันในเดือนสุดท้ายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 159เมื่อจำเลยยื่นฎีกาในวันที่ 20 มีนาคม 2517 จึงเกินกำหนดหนึ่งเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 159
ป.วิ.พ. มาตรา 247
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าออกจากห้องเช่าอันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาทแม้จำเลยจะให้การต่อสู้ว่าที่ดินและห้องพิพาทเป็นของบุคคลอื่น ไม่ใช่ของโจทก์ ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ยกข้อต่อสู้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ คดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 เมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโดยไม่ปรากฏว่าผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้ทำความเห็นแย้งไว้ หรือรับร…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 131
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 179
ป.วิ.พ. มาตรา 181
ป.วิ.พ. มาตรา 224
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ส่งสำเนาคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของโจทก์ให้จำเลยและนัดพร้อม เป็นคำสั่งก่อนรับฎีกาของโจทก์ ไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(1) เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังมิได้นำส่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกำหนดเวลา ให้นำส่งได้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(1)หมายความเฉพาะการที่โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลยในการดำเนินกระบวนพิจารณา ในศาลชั้นต้นเท่านั้น จะนำมาใช้ในชั้น…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1655
ป.วิ.พ. มาตรา 156
ป.วิ.พ. มาตรา 173
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 232
ป.วิ.พ. มาตรา 247
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ส่งสำเนาคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาของโจทก์ให้จำเลยและนัดพร้อม เป็นคำสั่งก่อนรับฎีกาของโจทก์ ไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(1) เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังมิได้นำส่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกำหนดเวลา ให้นำส่งได้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(1)หมายความเฉพาะการที่โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลยในการดำเนินกระบวนพิจารณา ในศาลชั้นต้นเท่านั้น จะนำมาใช้ในชั้น…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1655
ป.วิ.พ. มาตรา 156
ป.วิ.พ. มาตรา 173
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.พ. มาตรา 232
ป.วิ.พ. มาตรา 247
วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์และพยานโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ทนายจำเลยมาศาล แต่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสองและวรรคสามโดยเมื่อสืบพยานโจทก์ไปแล้วก็นัดฟังคำพิพากษาเลยทีเดียวโดยมิได้วินิจฉัยว่าการขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือไม่เสียก่อนจนเป็นเหตุให้จำเลยไม่ได้สืบพยานของตนและแพ้คดี อันเป็นกระบวนพิจาร…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 205
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์และพยานโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ทนายจำเลยมาศาล แต่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสองและวรรคสามโดยเมื่อสืบพยานโจทก์ไปแล้วก็นัดฟังคำพิพากษาเลยทีเดียวโดยมิได้วินิจฉัยว่าการขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือไม่เสียก่อนจนเป็นเหตุให้จำเลยไม่ได้สืบพยานของตนและแพ้คดี อันเป็นกระบวนพิจาร…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 205
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธิในที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของสามีโจทก์ซึ่งตกทอดไปยังทายาทซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 คน คือ ตัวโจทก์เองและบุตรโจทก์อีก 6 คน (รวมทั้งสามีจำเลยด้วย) การที่สามีจำเลยเอาที่พิพาทไปขายฝาก ก. ได้นั้น ก็เพราะสามีจำเลยขอยืมที่พิพาทไปจากโจทก์ โจทก์มิได้ยกที่พิพาทให้แก่สามีจำเลยจริงๆ กรณีเป็นดังนี้ จึงเท่ากับว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่า ที่พิพาทไม่ใช่ทรัพย์สินที่สามีจำเลยหาได้ร่วมกันมาดังที่จำ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 147
ป.วิ.พ. มาตรา 176
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธิในที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของสามีโจทก์ซึ่งตกทอดไปยังทายาทซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 คน คือ ตัวโจทก์เองและบุตรโจทก์อีก 6 คน (รวมทั้งสามีจำเลยด้วย) การที่สามีจำเลยเอาที่พิพาทไปขายฝาก ก. ได้นั้น ก็เพราะสามีจำเลยขอยืมที่พิพาทไปจากโจทก์ โจทก์มิได้ยกที่พิพาทให้แก่สามีจำเลยจริงๆ กรณีเป็นดังนี้ จึงเท่ากับว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่า ที่พิพาทไม่ใช่ทรัพย์สินที่สามีจำเลยหาได้ร่วมกันมาดังที่จำ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 147
ป.วิ.พ. มาตรา 176
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 249
จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินบริษัท บ. โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน คู่สัญญารู้อยู่ว่ามิได้มีการกู้และค้ำประกันตามนั้น ความจริงจำเลยที่ 2 เป็นผู้กู้โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดตามสัญญาอันแสดงเจตนาลวงนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 สัญญากู้อันถูกอำพรางไว้นั้น จำเลยที่ 2 ก็ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวเพราะจำเลยที่ 2 ทำไปในฐานะเป็นทายาทของกองมรดก ส.ซึ่งมีอำนาจจัดการกู้เงินเพื่อประโยชน์ของกองมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งแล…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 1358
ป.พ.พ. มาตรา 1745
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ป.วิ.พ. มาตรา 161
ป.วิ.พ. มาตรา 167
ป.วิ.พ. มาตรา 246
ป.วิ.พ. มาตรา 247
จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินบริษัท บ. โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน คู่สัญญารู้อยู่ว่ามิได้มีการกู้และค้ำประกันตามนั้น ความจริงจำเลยที่ 2 เป็นผู้กู้โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดตามสัญญาอันแสดงเจตนาลวงนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 สัญญากู้อันถูกอำพรางไว้นั้น จำเลยที่ 2 ก็ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวเพราะจำเลยที่ 2 ทำไปในฐานะเป็นทายาทของกองมรดก ส.ซึ่งมีอำนาจจัดการกู้เงินเพื่อประโยชน์ของกองมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งแล…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 1358
ป.พ.พ. มาตรา 1745
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ป.วิ.พ. มาตรา 161
ป.วิ.พ. มาตรา 167
ป.วิ.พ. มาตรา 246
ป.วิ.พ. มาตรา 247
คดีมีประเด็นข้อพิพาทตามคำฟ้องคำให้การว่า จำเลยซื้อที่พิพาทจากโจทก์ หรือโจทก์มอบที่พิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ในการวินิจฉัยคดีนั้น ศาลจะเชื่อประการใดก็โดยอาศัยข้อเท็จจริงจากการนำสืบของคู่ความซึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ลำพังแต่คำเบิกความของโจทก์ผู้เดียวซึ่งเบิกความตอบทนายโจทก์และตอบทนายจำเลยไม่ตรงกัน จะฟังเป็นความจริงเป็นดังที่ตอบทนายโจทก์หรือทนายจำเลยประการหนึ่งประการใดย่อมไม่ได้ ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย โดยฟังคำเบิกความของโจทก์คน…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 84
ป.วิ.พ. มาตรา 104
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา