Section 298 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ส่วนที่ ๑ อำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดี
คำสั่งห้ามของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามวรรคหนึ่งให้มีผลใช้บังคับได้ทันที และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา และบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบโดยเร็ว ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบด้วย ถ้าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ในทะเบียน ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๑๕ (๑) และมาตรา ๓๒๐ (๑) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งงดการยึดหรือการอายัดตามวรรคหนึ่ง เพื่อขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้น ในกรณีเช่นนี้ ให้ศาลส่งสำเนาคำร้องแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีและบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบ และบุคคลดังกล่าวอาจคัดค้านว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ โดยยื่นคำคัดค้านต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๒๓ หรือมาตรา ๓๒๕ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยหากศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องแล้ว บุคคลดังกล่าวที่ได้ยื่นคำคัดค้านตามวรรคนี้จะใช้สิทธิตามมาตรา ๓๒๓ หรือมาตรา ๓๒๕ แล้วแต่กรณี อีกหาได้ไม่
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลาตามวรรคสามหรือศาลมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว หรือในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องในวรรคสาม แต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ให้คำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่งเป็นอันยกเลิกไป และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลตามวรรคสองทราบด้วย
This section cites
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
14 cases
การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็นการจดทะเบียนหย่าโดยไม่สุจริต ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ย่อมต้องด้วยกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเรื่องการแสดงเจตนาและโมฆะกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า "การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ..." และตามมาตร…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 274
ป.วิ.พ. มาตรา 296
ป.วิ.พ. มาตรา 297
ป.วิ.พ. มาตรา 298
การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็นการจดทะเบียนหย่าโดยไม่สุจริต ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ย่อมต้องด้วยกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเรื่องการแสดงเจตนาและโมฆะกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า "การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ..." และตามมาตร…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 274
ป.วิ.พ. มาตรา 296
ป.วิ.พ. มาตรา 297
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศาลต้องวินิจฉัยว่า ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ หากได้ความว่า ทรัพย์นั้นเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้วศาลจะมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้น จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นคำคัดค้านว่าทรัพย์ที่โจทก์ซึ่งเป็น…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 127
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ป.วิ.พ. มาตรา 298
คำร้องของโจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาเท่านั้น มิได้ขอให้มีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่ง แต่อย่างใด จึงไม่ต้องด้วยกรณีที่ศาลจะออกหมายจับ หรือสั่งกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ตามความในวรรคสอง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งส่วนหนึ่งให้จำเลยขุดดินถมลำกระโดงภารจำยอมให้มีสภาพดังเดิมนั้น หากต่อมาปรากฏความจริงตามคำร้องของจำเลยว่า ลำกระโดงดังกล่าวหมดสภาพภารจำยอมแล้ว เพราะถูกถนนสาธารณะตัดผ่าน ภารจำยอมย่อมสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1400 และถ้าให้จำเลยขุดดินถมลำกระโดงให้มีสภาพดังเดิมแล้วจะทำให้บุคคลภายนอกเสียหายซึ่งเป็นเรื่องที่จำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามคำพิพากษาได้โดยสุจริต ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์ดำเนินการทางเจ้าพนักงา…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 21
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 297
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ป.พ.พ. มาตรา 1400
โจทก์จำเลยมีที่นาติดต่อกัน โจทก์ใช้ทางเกวียนผ่านที่นาจำเลยไปยังที่นาโจทก์เป็นเวลาติดต่อกันมานานกว่า 30 ปี จำเลยหามีสิทธิปิดกั้นทางเกวียนซึ่งโจทก์ใช้มาหลายสิบปีแล้วนั้นได้ไม่หากจำเลยไม่ยอมเปิดทางดังกล่าว โจทก์ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 298 ที่แก้ไขใหม่ โจทก์จะขอเป็นผู้จัดการเปิดทางเองโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่ายหาได้ไม่.(ที่มา-ส่งเสริม)
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยรื้อเรือนออกจากที่พิพาทจำเลยไม่รื้อเรือนออกตามกำหนด โจทก์ขอให้บังคับได้ไม่ต้องคำนึงว่ามีผู้อื่นอาศัยอยู่ในเรือน
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดให้จำเลยรื้อผนังตึกที่สร้างรุกล้ำ และขนย้ายออกไปให้พ้นเขตที่โจทก์มีสิทธิการเช่า ในชั้นที่โจทก์ขอบังคับคดีเจ้าของที่ดินผู้ให้เช่าได้บอกเลิกการเช่ากับโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่พิพาทนั้นโดยตรงจากเจ้าของแล้ว ดังนั้นฐานะในคดีของโจทก์เปลี่ยนเป็นว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะใช้ที่พิพาทต่อไปและจำเลยคงอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าโดยตรงจากเจ้าของ รูปคดีไม่มีประโยชน์ต่อโจทก์ที่จะบังคับคดีโจทก์จึงไม่อาจขอให้บังคับคดีได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 295
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 256 บัญญัติว่าบุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรนั้น ใช้สำหรับเอาบรรดาค่าภาษีอากร ในที่ดินทรัพย์สินหรือค่าภาษีอากรอย่างอื่นที่ลูกหนี้ยังค้างชำระอยู่ในปัจจุบันและก่อนนั้นขึ้นไปอีกปีหนึ่งนั้น ต้องเข้าใจว่าเป็นปีที่ยื่นคำร้องและปีนั้นมีการค้างชำระค่าภาษีอากรอยู่ด้วย ถ้าปีถัดขึ้นไปอีกปีหนึ่งยังมีการค้างชำระอยู่อีก รัฐบาลก็มีบุริมสิทธิเพียง 2 ปี ดังกล่าวเท่านั้น
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 256
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ป.รัษฎากร มาตรา 12
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 256 บัญญัติว่าบุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรนั้น ใช้สำหรับเอาบรรดาค่าภาษีอากร ในที่ดินทรัพย์สินหรือค่าภาษีอากรอย่างอื่นที่ลูกหนี้ยังค้างชำระอยู่ในปัจจุบันและก่อนนั้นขึ้นไปอีกปีหนึ่งนั้น ต้องเข้าใจว่าเป็นปีที่ยื่นคำร้องและปีนั้นมีการค้างชำระค่าภาษีอากรอยู่ด้วย ถ้าปีถัดขึ้นไปอีกปีหนึ่งยังมีการค้างชำระอยู่อีก รัฐบาลก็มีบุริมสิทธิเพียง 2 ปี ดังกล่าวเท่านั้น
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 256
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ป.รัษฎากร มาตรา 12
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากตึกที่เช่า แล้วโจทก์จำเลยทำยอมความกัน โดยจำเลยยอมออกจากตึกพิพาท ครั้นถึงกำหนดแล้วจำเลยก็ไม่ยอมออกไป โจทก์ร้องขอให้จับจำเลยมาจำขังไว้จนกว่าจะยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยแก้ตัวว่า สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นได้ระงับไปแล้ว เพราะโจทก์จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ โดยโจทก์ยินยอมให้จำเลยเช่าตึกพิพาทต่อไป แต่เป็นการตกลงกันด้วยปาก ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฝ่ายโจทก์แถลงว่าไม่ได้ให้เช่าใหม่ ดังนี้ แม้จะได้ความตามที่จำเลยแก้ตัว จำเลยก็ไม่อ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ในคดีแพ่งศาลมีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อชายคาห้องจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับโดยอ้างว่าขัดข้องมีคนเช่าห้องอยู่ศาลก็อาจจับขังจำเลยบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ หนี้อันเกิดจากสัญญาที่ว่าจำเลยจะยอมรื้อชายคานั้น ศาลอาจบังคับให้จำเลยรื้อชายคาได้จำเลยจะอ้างว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับ ขอให้ศาลสั่งให้บุคคลภายนอกทำการรื้อชายคาโดยจำเลยจะเสียค่าใช้จ่ายให้ไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 297
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ป.วิ.พ. มาตรา 300
ป.วิ.พ. มาตรา 276
ป.พ.พ. มาตรา 213
ในคดีแพ่งศาลมีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อชายคาห้องจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับโดยอ้างว่าขัดข้องมีคนเช่าห้องอยู่ศาลก็อาจจับขังจำเลยบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ หนี้อันเกิดจากสัญญาที่ว่าจำเลยจะยอมรื้อชายคานั้น ศาลอาจบังคับให้จำเลยรื้อชายคาได้จำเลยจะอ้างว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับ ขอให้ศาลสั่งให้บุคคลภายนอกทำการรื้อชายคาโดยจำเลยจะเสียค่าใช้จ่ายให้ไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 297
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ป.วิ.พ. มาตรา 300
ป.วิ.พ. มาตรา 276
ป.พ.พ. มาตรา 213
ในคดีแพ่งศาลมีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อชายคาห้องจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับโดยอ้างว่าขัดข้องมีคนเช่าห้องอยู่ศาลก็อาจจับขังจำเลยบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ หนี้อันเกิดจากสัญญาที่ว่าจำเลยจะยอมรื้อชายคานั้น ศาลอาจบังคับให้จำเลยรื้อชายคาได้จำเลยจะอ้างว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับ ขอให้ศาลสั่งให้บุคคลภายนอกทำการรื้อชายคาโดยจำเลยจะเสียค่าใช้จ่ายให้ไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 297
ป.วิ.พ. มาตรา 298
ป.วิ.พ. มาตรา 300
ป.วิ.พ. มาตรา 276
ป.พ.พ. มาตรา 213
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา