Section 218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี ไม่ว่าจะมีโทษอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
1,619 cases
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม โทษจำคุกคงเป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่ปรับ บทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยโดยระบุวรรคให้ถูกต้องอันเป็นการแก้ไข เล็กน้อย และคงลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยยังมิได้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมิได้…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุแต่โจทก์มีคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามประกอบกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนแสดงรายละเอียดการกระทำความผิดตั้งแต่ตอนจำเลยที่1ทาบทามว่าจ้างจำเลยที่2และที่3ให้ฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาจำเลยที่1ประชุมวางแผนลงมือฆ่าปลดเอาสร้อยข้อมือของผู้ตายกับแสร้งเอาสร้อยคอของจำเลยที่1ไปซ่อนแล้วจำเลยที่1ใช้เศษไม้ขูดคอตนเองให้เป็นรอยเพื่อแสร้งทำว่าถูกคนร้ายตีและจำเลยทั้งสามได้แสดงแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพทั้งจำเล…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 52
ป.อ. มาตรา 84
ป.อ. มาตรา 91
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 335
ป.อ. มาตรา 371
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 227
จำเลยทั้งสองกับพวกจัดตั้งบริษัทขึ้นและหลอกลวงประชาชนโดยกระทำต่อเนื่องกันด้วยจุดประสงค์เดียวกัน แม้ผู้เสียหายแต่ละคนมอบเงินให้จำเลยทั้งสองกับพวกคนละคราวกัน ก็ย่อมเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 กระทงหนึ่ง และเมื่อพ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ออกใช้บังคับแล้ว จำเลยทั้งสองยังคงกระทำผิดต่อไปอีก การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามมาตรา 4, 5, 1…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 90
ป.อ. มาตรา 91
ป.อ. มาตรา 343
ป.วิ.อ. มาตรา 218
พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4
พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 5
พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 12
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ขอให้รอการลงโทษนั้นเป็นฎีกาเกี่ยวแก่ดุลพินิจของศาล ต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง การที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ให้ปรากฏในศาลชั้นต้นก็เนื่องจากจำเลยได้กลับคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องเพราะได้มีการหลอกลวงชักจูงและศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกจำเลยโดยพิจารณาจากรายงานและความเห็นของพนักงานคุมประพฤติ ซึ่ง…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเหตุผลของคดีโดยไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนสนับสนุนอย่างชัดแจ้ง แต่ได้วินิจฉัยอาศัยข้อสันนิษฐานของศาลเองและการคาดคะเนความเห็นเป็นประการสำคัญแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย ตามข้อสันนิษฐานและข้อคาดคะเนดังกล่าวนั้นจึง…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาสองฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 14พฤษภาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกเฉพาะคำขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และศาลอุทธรณ์ยังคงพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสามคนละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ ฉบับที่สองลงวันที่ 17พฤษภาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ ส่วนฎีกาข้อ 1.2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าว กันมาในศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งข…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายรวมกับปัญหาข้อเท็จจริงว่า การที่โจทก์ที่ 2 ได้ร่วมลงทุนการค้าร่วมกับนางภัสราจิตรสาระครและนางนงคราญขันติวิริ ยาคมโดยโจทก์ที่ 2 เป็นผู้จ่ายเงินกู้ นางภัสราจิตรและนางนงคราญเป็นผู้เรียกเก็บต้นเงินและดอกเบี้ยจากผู้กู้ คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อเดือนส่งให้โ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ข้อ 2เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ตามปัญหาข้อ 2 ก.เป็นปัญหาว่า เหตุพยายามบรรเทาผลร้ายที่จะเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กับเหตุแห่งสุขภาพที่จะเป็นเหตุอันควรปรานีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ต้องถึงขนาดหรือมีลักษณะอย่างไร และข้อ 2 ข. เป็นปัญหาว่า การที่จำเลยอ้างเหตุบรรเทาโทษก…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไม่เกินสองปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คค้ำประกันและโต้แย้งดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามจึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ จำเลยได้ให้การใหม่ในชั้นพิจารณาผิดไปจากคำให้การชั้นสอบสวน ถือว่าจำเลยได้คัดค้านหรือปฏิเสธคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 193
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 4 ปี 1 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลงโทษฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกเป็นการแก้ไขบทมาตราที่ใช้ในการลงโทษ และโทษที่จะลง…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเป็นว่า ฎีกาของจำเลยมิได้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายด้วยว่า เมื่อเปรียบเทียบเหตุแห่งความประมาททั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายผู้เสียหายแล้วฝ่ายจำเลยน่าจะเป็นฝ่ายถูก แม้จะถือว่าผิดทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายจำเลยควรผิดน้อยกว่า ดังนั้น ควรลงโทษจำเลยหรือไม่ หรือหากลงโทษ จะลงโทษสถาน หนัก…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับเป็นฎีกาจำเลยจำเลยที่ 1 เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นยังคลาดเคลื่อนอยู่เนื่องจากจำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษามาแล้วต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่อันเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ความว่าจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งหมด ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนส่วนฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายนั้นจำเลยได้ฎีกาว่าการที่ศาลเอาคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาลงโทษจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายว…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ประเด็นในคดีนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยนั้นมีทั้งข้อเท็จจริงบางส่วน และข้อกฎหมายบางส่วนระคนกัน ซึ่งในส่วนข้อเท็จจริงนั้นต้องห้ามตามที่กล่าวแล้วส่วนในข้อกฎหมายก็มิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 ประกอบกับมาตรา 225 จึงไ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา