Section 1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์
ที่ดินแปลงใดมีทางออกได้แต่เมื่อต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมากไซร้ ท่านว่าให้ใช้ความในวรรคต้นบังคับ
ที่และวิธีทำทางผ่านนั้นต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่าน กับทั้งให้คำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายแต่น้อยที่สุดที่จะเป็นได้ ถ้าจำเป็น ผู้มีสิทธิจะผ่านจะสร้างถนนเป็นทางผ่านก็ได้
ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่เพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่มีทางผ่านนั้น ค่าทดแทนนั้นนอกจากค่าเสียหายเพราะสร้างถนน ท่านว่าจะกำหนดเป็นเงินรายปีก็ได้
Related Supreme Court judgments
182 cases
ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของที่ดินที่ตกอยู่ในที่ล้อม ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 โจทก์ปลูกเรือนอยู่ในที่ดินของผู้อื่นโดยเป็นเพียงผู้อาศัย (แม้จะอ้างว่าโจทก์ต้องใช้ทางเดินสายที่ผ่านเข้าไปในที่ดินของจำเลยมาราว 50 ปีแล้ว) แต่โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินอันเป็นสามายทรัพย์ จะมาฟ้องขอให้เปิดทางซึ่งเป็นภารจำยอมเองไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ป.วิ.พ. มาตรา 55
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นทางตรอกซึ่งโจทก์และบริวารใช้เดินมาช้านานนั้น โดยบรรยายฟ้องว่าโจทก์กับบริวารใช้ตรอกทางเดินรายนี้เดินไปมาจากบ้านสู่ถนนหลวงประมาณ 20 ปีแล้ว จะเป็นทางสาธารณ ทางภารจำยอมหรือทางจำเป็นอย่างใด ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงยืนยันมาในฟ้องอย่างใดทั้งหาได้บรรยายข้ออ้างให้เห็นว่า สาธารณชนได้ใช้ทางนี้ แต่ประการใดไม่จึงไม่มีมูลที่จะพิจารณาถึงสิทธิของโจทก์ที่จะใช้ทางสาธารณประโยชน์
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.พ.พ. มาตรา 1304
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1387
การทำถนนคอนกรีตบนทางภารจำยอมไม่เป็นการเพิ่มภารจำยอม (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 33/2503) ่จดทะเบียนภารจำยอมว่าเป็นทางเดิน ของผู้ที่อยู่ในโฉนดซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของ แต่แล้วใช้ทางนี้เป็นทางรถด้วยก็ดี หรือมีคนอื่นซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดของจำเลยได้ใช้เป็นทางเดินด้วยก็ดี ก็ยังไม่เป็นการเพิ่มภารจำยอม เมื่อการจดทะเบียนภารจำยอมยังคงอยู่แม้ผู้ใช้ทางนั้น จะอ้างว่าเป็นทางสาธารณก็ไม่ถือว่าสละสิทธิภารจำยอม (ย่อ ก.ม. มาตรา 140 แห่ง ป.วิ.พ. อยู่ตอนท้าย)
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1391
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1388
ป.พ.พ. มาตรา 1389
ป.พ.พ. มาตรา 1390
ป.พ.พ. มาตรา 1400
ป.พ.พ. มาตรา 1304
+1
การทำถนนคอนกรีตบนทางภารจำยอมไม่เป็นการเพิ่มภารจำยอม (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 33/2503) ่จดทะเบียนภารจำยอมว่าเป็นทางเดิน ของผู้ที่อยู่ในโฉนดซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของ แต่แล้วใช้ทางนี้เป็นทางรถด้วยก็ดี หรือมีคนอื่นซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดของจำเลยได้ใช้เป็นทางเดินด้วยก็ดี ก็ยังไม่เป็นการเพิ่มภารจำยอม เมื่อการจดทะเบียนภารจำยอมยังคงอยู่แม้ผู้ใช้ทางนั้น จะอ้างว่าเป็นทางสาธารณก็ไม่ถือว่าสละสิทธิภารจำยอม (ย่อ ก.ม. มาตรา 140 แห่ง ป.วิ.พ. อยู่ตอนท้าย)
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1391
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1388
ป.พ.พ. มาตรา 1389
ป.พ.พ. มาตรา 1390
ป.พ.พ. มาตรา 1400
ป.พ.พ. มาตรา 1304
+1
การที่วัดอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินของโจทก์อาศัยใช้รถยนต์ผ่านที่ดินของวัดชั่วครั้งคราวนั้นไม่กระทำให้เป็นทางจำเป็นหรือตกเป็นภาระจำยอมสำหรับที่ดินของโจทก์ตามกฎหมาย
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1401
การที่วัดอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินของโจทก์อาศัยใช้รถยนต์ผ่านที่ดินของวัดชั่วครั้งคราวนั้นไม่กระทำให้เป็นทางจำเป็นหรือตกเป็นภาระจำยอมสำหรับที่ดินของโจทก์ตามกฎหมาย
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ความในประมวลแพ่งมาตรา 1349 วรรค 1 จำกัดความใน วรรค 2 ให้แน่นแฟ้นขึ้น กล่าวคือ ที่ ๆ อยู่ในวงล้อมนั้นแม้ว่าจะมีทางอื่นออกได้อยู่ก่อนแล้ว แต่ออกหรือผ่านไปได้ลำบากมาก เพราะมีสภาพเป็น สระ บึง ทะเล ฯ ก็ยังให้เจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมมีสิทธิผ่านที่ดินแปลงอื่นที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาทธารณะได้ ดังที่บัญญัติไว้ใน ม.1349 วรรค 2 แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าไม่มีทางอื่นจะออกได้อยู่ก่อนเลย จึงไม่อยู่ในบังคับตามความใน วรรค 2 ไม่มีเหตุจะต้องพิเคราะห์ถึงสภาพของการเ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ความในประมวลแพ่งมาตรา 1349 วรรค 1 จำกัดความใน วรรค 2 ให้แน่นแฟ้นขึ้น กล่าวคือ ที่ ๆ อยู่ในวงล้อมนั้นแม้ว่าจะมีทางอื่นออกได้อยู่ก่อนแล้ว แต่ออกหรือผ่านไปได้ลำบากมาก เพราะมีสภาพเป็น สระ บึง ทะเล ฯ ก็ยังให้เจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมมีสิทธิผ่านที่ดินแปลงอื่นที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาทธารณะได้ ดังที่บัญญัติไว้ใน ม.1349 วรรค 2 แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าไม่มีทางอื่นจะออกได้อยู่ก่อนเลย จึงไม่อยู่ในบังคับตามความใน วรรค 2 ไม่มีเหตุจะต้องพิเคราะห์ถึงสภาพของการเ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์และบุคคลอื่นรวมประมาณ 40 คน อาศัยทางพิพาทเดินจากที่อาศัยซึ่งอยู่ด้านในออกไปสู่ซอยมิตรคามซึ่งเป็นทางสาธารณะมาประมาณ 40 ปี โดยไม่มีทางอื่น เช่นนี้ ถือว่าทางพิพาทเป็นภาระจำยอม เช่นนี้โจทก์ไม่จำต้องชดใช้ค่าใช้ทางเดินตามประมวลแพ่งฯ มาตรา 1349 ให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของ.
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ป.พ.พ. มาตรา 1382
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์และบุคคลอื่นรวมประมาณ 40 คน อาศัยทางพิพาทเดินจากที่อาศัยซึ่งอยู่ด้านในออกไปสู่ซอยมิตรคามซึ่งเป็นทางสาธารณะมาประมาณ 40 ปี โดยไม่มีทางอื่น เช่นนี้ ถือว่าทางพิพาทเป็นภาระจำยอม เช่นนี้โจทก์ไม่จำต้องชดใช้ค่าใช้ทางเดินตามประมวลแพ่งฯ มาตรา 1349 ให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของ.
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ป.พ.พ. มาตรา 1382
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ผู้ขายที่ดินทำทางในที่ของตนให้บรรดาผู้ซื้อที่ดินของตนใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนั้นย่อมถือว่าเป็นทางภาระจำยอมเมื่อผู้ขายไปปลูกเรือนลงในทางนี้เสียครึ่งหนึ่ง ทำให้ใช้ทางไม่สดวกเหมือนเช่นเดิมอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสดวก ซึ่งต้องด้วยข้อห้ามตาม ป.ม.แพ่งมาตรา 1390 เจ้าของที่ดินจึงต้องรับผิด คำว่า " อาศัยใช้" ทางเดินไม่หมายความว่า เป็นการอาศัยสิทธิเสมอไป อาจเป็นภาระจำยอมก็ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1390
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ผู้ขายที่ดินทำทางในที่ของตนให้บรรดาผู้ซื้อที่ดินของตนใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนั้นย่อมถือว่าเป็นทางภาระจำยอมเมื่อผู้ขายไปปลูกเรือนลงในทางนี้เสียครึ่งหนึ่ง ทำให้ใช้ทางไม่สดวกเหมือนเช่นเดิมอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสดวก ซึ่งต้องด้วยข้อห้ามตาม ป.ม.แพ่งมาตรา 1390 เจ้าของที่ดินจึงต้องรับผิด คำว่า " อาศัยใช้" ทางเดินไม่หมายความว่า เป็นการอาศัยสิทธิเสมอไป อาจเป็นภาระจำยอมก็ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1390
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ป.วิ.พ. มาตรา 172
เป็นเจ้าของที่ดินอยู่แปลงหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับโอนที่ดินมาอีกแปลงหนึ่ง แม้ที่ดินที่ได้รับโอนมาใหม่จะมีเขตติดต่อกับที่ดินแปลงเดิม ก็ย่อมต้องถือว่าเป็นที่ดินคนละแปลง ฉะนั้นเมื่อโอนขายที่ดินแปลงที่ได้รับโอนมาภายหลังให้แก่คนอื่นไปทั้งแปลง ดังนี้ จะถือว่าเป็นที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนจากที่ดินแปลงเดิมของเจ้าของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ไม่ได้ เพราะเป็นที่ดินต่างแปลงกันมาแต่เดิม เมื่อปรากฏว่า ที่ดินแปลงหลังถูกล้อมไม่มีทางออก ก็จะนำมาตรา 135…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1350
เป็นเจ้าของที่ดินอยู่แปลงหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับโอนที่ดินมาอีกแปลงหนึ่ง แม้ที่ดินที่ได้รับโอนมาใหม่จะมีเขตติดต่อกับที่ดินแปลงเดิม ก็ย่อมต้องถือว่าเป็นที่ดินคนละแปลง ฉะนั้นเมื่อโอนขายที่ดินแปลงที่ได้รับโอนมาภายหลังให้แก่คนอื่นไปทั้งแปลง ดังนี้ จะถือว่าเป็นที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนจากที่ดินแปลงเดิมของเจ้าของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ไม่ได้ เพราะเป็นที่ดินต่างแปลงกันมาแต่เดิม เมื่อปรากฏว่า ที่ดินแปลงหลังถูกล้อมไม่มีทางออก ก็จะนำมาตรา 135…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1349
ป.พ.พ. มาตรา 1350
ตามธรรมดาถือว่าคลองเป็นสาธารณะเพราะเป็นทางอาศัยสัญจรไปมาในทางน้ำ ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1304
ป.พ.พ. มาตรา 1349
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา