Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559

77 sections · Posted 19 Jan 2016 · Last amended by พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

Section 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙”
Section 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
Section 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ราชวิทยาลัย” หมายความว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “สภาราชวิทยาลัย” หมายความว่า สภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “ผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานราชวิทยาลัยและลูกจ้างของราชวิทยาลัย
Section 4 ให้จัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขึ้น เป็นสถาบันการวิจัยและวิชาการชั้นสูงจัดการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการสาธารณสุข ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น
Section 5 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน

หมวด ๑ บททั่วไป

Section 6 ให้ราชวิทยาลัยเป็นสถาบันการวิจัยและวิชาการชั้นสูง และจัดการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการสาธารณสุขมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย สร้าง ประมวล ประยุกต์ ส่งเสริม เผยแพร่ พัฒนา จัดการศึกษาและผลิตบุคลากรในระดับสูง เพื่อสร้างองค์ความรู้ เป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการสาธารณสุข ให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชน ให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
Section 7 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ ให้ราชวิทยาลัยคำนึงถึง (๑) ความมีคุณธรรมและจริยธรรม
(๒) ความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
(๓) ความเป็นเลิศและความมีเสรีภาพทางวิชาการ มาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการอันเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
(๔) ความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อรัฐและสังคม
(๕) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการ
(๖) การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย
Section 8 ราชวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงาน ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานราชวิทยาลัย
(๒) วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยอาจให้มีส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าส่วนงานตามวรรคหนึ่ง เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๖ อีกได้ การจัดตั้ง การรวม การเปลี่ยนแปลง การยุบเลิกส่วนงาน และการแบ่งส่วนงานตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ทำเป็นประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
Section 9 ส่วนงานตามมาตรา ๘ ให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานราชวิทยาลัย มีหน้าที่บริหารจัดการกิจการทั่วไปของราชวิทยาลัย จัดทำนโยบายและแผนของราชวิทยาลัย ประสานงานกับส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนกิจการของราชวิทยาลัย และดำเนินการตามที่เลขาธิการราชวิทยาลัยหรือสภาราชวิทยาลัยมอบหมาย
(๒) วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ มีหน้าที่จัดการศึกษาทางด้านแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ทำการวิจัยและสนับสนุนให้ทำการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าว และให้บริการในการบำบัดรักษาผู้ป่วย
(๓) ส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น มีหน้าที่ตามที่กำหนดในประกาศของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๘ วรรคสาม การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในการดำเนินการของส่วนงานตามวรรคหนึ่ง จะต้องร่วมกันทำหน้าที่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยในกิจการทั้งปวง
Section 10 ภายใต้วัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๖ ราชวิทยาลัยอาจรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบในราชวิทยาลัยได้ และมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นที่เข้าสมทบนั้นได้ การรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการรับเข้าสมทบตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา การควบคุมสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นที่เข้าสมทบในราชวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 11 ภายใต้วัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๖ ราชวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาหรือดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่นในประเทศหรือต่างประเทศ หรือขององค์การระหว่างประเทศได้ โดยในการจัดการศึกษา ราชวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่นแก่ผู้สำเร็จการศึกษาได้ การจัดการศึกษาหรือการยกเลิกการจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 12 กิจการของราชวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่ผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยต้องได้รับการคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
Section 13 ราชวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่กระทำการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในมาตรา ๖ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) ซื้อ ขาย จ้าง รับจ้าง สร้าง จัดหา โอน รับโอน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยนและจำหน่าย หรือทำนิติกรรมใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของราชวิทยาลัย ตลอดจนถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ในทรัพย์สินของราชวิทยาลัย และจำหน่ายทรัพย์สินทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้ การจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ของราชวิทยาลัย ให้กระทำได้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาตามมาตรา ๑๖ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้จำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนได้
(๒) รับค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ และค่าบริการในการให้บริการภายในอำนาจหน้าที่ของราชวิทยาลัย รวมทั้งทำความตกลงและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการนั้น
(๓) ร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน หรือกับองค์การหรือหน่วยงานต่างประเทศหรือระหว่างประเทศ
(๔) กู้ยืมเงินและให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สิน ถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน และลงทุนหรือร่วมลงทุน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของราชวิทยาลัย การกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน การลงทุน หรือการร่วมลงทุน ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินวงเงินที่นายกรัฐมนตรีกำหนดต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน
(๕) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนโดยความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
(๖) กำหนดค่าตอบแทนหรือค่าตอบแทนพิเศษ รวมทั้งสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และประโยชน์อย่างอื่นให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย
(๗) จัดให้มีกองทุนเพื่อกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัย โดยการบริหารกองทุนให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
(๘) จัดให้มีการพัฒนาทางวิชาการและการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
(๙) ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา จัดการ ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของราชวิทยาลัย และที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ
(๑๐) จัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล รวมตลอดถึงลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด เพื่อดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของราชวิทยาลัย หรือนำผลการค้นคว้าและวิจัยไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์เพื่อเป็นรายได้ของราชวิทยาลัย
Section 14 รายได้ของราชวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้
(๑) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี
(๒) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่ราชวิทยาลัย
(๓) เงินกองทุนที่รัฐบาลหรือราชวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น และรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนดังกล่าว
(๔) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ของราชวิทยาลัย
(๕) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการลงทุนหรือการร่วมลงทุนและจากทรัพย์สินของราชวิทยาลัย
(๖) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุ หรือจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่ราชวิทยาลัยปกครอง ดูแล ใช้ หรือจัดหาประโยชน์
(๗) รายได้หรือผลประโยชน์อย่างอื่น เงินอุดหนุนทั่วไปตาม (๑) นั้น รัฐบาลพึงจัดสรรให้แก่ราชวิทยาลัยโดยตรงเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยและการพัฒนาราชวิทยาลัยเพื่อประกันคุณภาพการศึกษา รายได้ของราชวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น ในกรณีที่รายได้ตามวรรคหนึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของราชวิทยาลัยและค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม และราชวิทยาลัยไม่สามารถหาเงินจากแหล่งอื่นได้ รัฐบาลพึงจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่ราชวิทยาลัยตามความจำเป็นของราชวิทยาลัย ในกรณีที่รัฐบาลได้ปรับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดให้แก่ข้าราชการ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่ราชวิทยาลัยในสัดส่วนเดียวกัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยด้วย
Section 15 ราชวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุนผู้ซึ่งราชวิทยาลัยรับเข้าศึกษาในราชวิทยาลัยและนักศึกษาซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงให้มีโอกาสเรียนจนสำเร็จปริญญาตรี หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาว่าผู้ใดขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 16 บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่ราชวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือซื้อด้วยเงินรายได้ของราชวิทยาลัย หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินของราชวิทยาลัย หรือได้มาโดยทางอื่น ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุและให้เป็นกรรมสิทธิ์ของราชวิทยาลัย
Section 17 ทรัพย์สินของราชวิทยาลัยที่ใช้เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการ การให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีทั้งปวง รวมทั้งการบังคับทางปกครอง และบุคคลใดจะยกอายุความหรือระยะเวลาในการครอบครองขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับราชวิทยาลัยในเรื่องทรัพย์สินของราชวิทยาลัยมิได้
Section 18 บรรดารายได้และทรัพย์สินของราชวิทยาลัยจะต้องจัดการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๖ เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่ราชวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้อุทิศกำหนดไว้และต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๖ แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว ราชวิทยาลัยต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้อุทิศหรือทายาท หากไม่มีทายาทหรือทายาทไม่ปรากฏ จะต้องได้รับอนุมัติจากสภาราชวิทยาลัย

หมวด ๒ การดำเนินการ

Section 19 ให้มีสภาราชวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑) นายกสภาราชวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(๒) เลขาธิการราชวิทยาลัย
(๓) กรรมการสภาราชวิทยาลัยโดยตำแหน่ง ได้แก่ หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง (๔) กรรมการสภาราชวิทยาลัยจำนวนไม่เกินห้าคน ซึ่งเลือกจากผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย
(๕) กรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสิบคน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของนายกสภาราชวิทยาลัย ให้สภาราชวิทยาลัยเลือกกรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่ง เป็นอุปนายกสภาราชวิทยาลัย และให้อุปนายกสภาราชวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภาราชวิทยาลัย เมื่อนายกสภาราชวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาราชวิทยาลัย และในกรณีที่อุปนายกสภาราชวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอุปนายกสภาราชวิทยาลัย ให้สภาราชวิทยาลัยเลือกกรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งทำหน้าที่แทนนายกสภาราชวิทยาลัย หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งนายกสภาราชวิทยาลัยและกรรมการสภาราชวิทยาลัยตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย ให้สภาราชวิทยาลัยแต่งตั้งรองเลขาธิการราชวิทยาลัยคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภาราชวิทยาลัย และจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยเป็นผู้ช่วยเลขานุการสภาราชวิทยาลัยด้วยก็ได้
Section 20 นายกสภาราชวิทยาลัยและกรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของราชวิทยาลัย
(๒) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่หรือผู้มีตำแหน่งบริหารในพรรคการเมือง
(๓) มีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 21 นายกสภาราชวิทยาลัยและกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) และ (๕) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง นายกสภาราชวิทยาลัยและกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นนายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยในประเภทนั้น
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๖) สภาราชวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
(๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) หรือ (๕) ว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) หรือ (๕) แทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาราชวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการสภาราชวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่นายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) หรือ (๕) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือได้มีการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ในกรณีที่นายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) หรือ (๕) พ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือยังมิได้เลือกกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) ขึ้นใหม่ ให้นายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) หรือ (๕) ซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภาราชวิทยาลัยหรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิหรือเลือกกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๔) ขึ้นใหม่แล้ว
Section 22 สภาราชวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของราชวิทยาลัย อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) กำหนดทิศทาง เป้าหมายของราชวิทยาลัย และวางนโยบาย รวมทั้งอนุมัติแผนพัฒนาของราชวิทยาลัยที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๖ (๒) ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของราชวิทยาลัย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัย และอาจมอบหมายให้ส่วนงานใดในราชวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศสำหรับส่วนงานนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้
(๓) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล และข้อบังคับว่าด้วยสิทธิและสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย
(๔) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหาร การเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของราชวิทยาลัย
(๕) อนุมัติการจัดตั้ง การรวม การเปลี่ยนแปลง หรือการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๘ รวมทั้งการแบ่งหน่วยงานภายในของส่วนงานดังกล่าว
(๖) อนุมัติการรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบในราชวิทยาลัยและยกเลิกการรับเข้าสมทบ
(๗) อนุมัติการจัดการศึกษาร่วม และยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่น
(๘) อนุมัติหลักสูตรการศึกษาและการเปิดสอน รวมทั้งการปรับปรุง การยุบรวมหรือการยกเลิกหลักสูตรการศึกษา
(๙) อนุมัติการให้ปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตร ทั้งของราชวิทยาลัยและที่ราชวิทยาลัยจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่น รวมทั้งอนุมัติการให้ปริญญากิตติมศักดิ์ (๙/๑) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานราชวิทยาลัย
(๑๐) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และพิจารณาถอดถอนนายกสภาราชวิทยาลัย กรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ เลขาธิการราชวิทยาลัย หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๑) แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๕๔ วรรคสาม (๑๒) แต่งตั้งและถอดถอนรองเลขาธิการราชวิทยาลัย
(๑๓) แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาราชวิทยาลัยหรือให้กรรมการที่ปรึกษาราชวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่ง
(๑๔) กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการจัดหารายได้ จัดหาแหล่งทุนและทรัพยากรอื่น
(๑๕) อนุมัติการจัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคลหรือยกเลิกนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๓ (๑๐)
(๑๖) อนุมัติการตั้งงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายของราชวิทยาลัย
(๑๗) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของเลขาธิการราชวิทยาลัยและหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง (๑๘) รับรองรายงานประจำปีของราชวิทยาลัยและเสนอรายงานนั้นต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อทราบ
(๑๙) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาราชวิทยาลัย รวมทั้งมอบอำนาจให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือบุคคลดังกล่าวทำการแทน แล้วรายงานให้สภาราชวิทยาลัยทราบ
(๒๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของราชวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
Section 23 การประชุมและวิธีดำเนินงานของสภาราชวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 23/1 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของราชวิทยาลัย ราชวิทยาลัยอาจมีประธานราชวิทยาลัยซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก็ได้ ให้สภาราชวิทยาลัยขอรับคำแนะนำและคำปรึกษาในกิจการทั้งปวงตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๖ จากประธานราชวิทยาลัย ประธานราชวิทยาลัยจะแต่งตั้งรองประธานราชวิทยาลัยเพื่อทำหน้าที่ตามที่ประธานราชวิทยาลัยมอบหมายก็ได้
Section 24 ให้มีคณะที่ปรึกษาราชวิทยาลัย ประกอบด้วย กรรมการที่ปรึกษาราชวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง ซึ่งสภาราชวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกราชวิทยาลัย คณะที่ปรึกษาราชวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาต่อราชวิทยาลัยและสนับสนุนการดำเนินกิจการของราชวิทยาลัย รวมทั้งการระดมทุนให้แก่ราชวิทยาลัย จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการที่ปรึกษาราชวิทยาลัย ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะที่ปรึกษาราชวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 25 ให้มีคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยประกอบด้วย เลขาธิการราชวิทยาลัยเป็นประธาน รองเลขาธิการราชวิทยาลัยและหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสองเป็นกรรมการ ให้ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยคนหนึ่งซึ่งเลขาธิการราชวิทยาลัยมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ
Section 26 คณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเสนอแผนพัฒนาราชวิทยาลัย พิจารณากลั่นกรองข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของราชวิทยาลัยพิจารณาเกี่ยวกับการจัดตั้งการรวม การเปลี่ยนแปลง การยุบเลิกส่วนงาน และการแบ่งหน่วยงานภายในของส่วนงาน ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงิน และทรัพย์สินของราชวิทยาลัย ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่เลขาธิการราชวิทยาลัย ทั้งนี้ ตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 27 การประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 28 ให้มีเลขาธิการราชวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารงานของราชวิทยาลัย และอาจมีรองเลขาธิการราชวิทยาลัยหรือผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัย หรือจะมีทั้งรองเลขาธิการราชวิทยาลัยและผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยตามจำนวนที่สภาราชวิทยาลัยกำหนดเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่เลขาธิการราชวิทยาลัยมอบหมายก็ได้
Section 29 เลขาธิการราชวิทยาลัยนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาราชวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งและวรรคสาม หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการราชวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย รองเลขาธิการราชวิทยาลัยนั้น ให้สภาราชวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของเลขาธิการราชวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งและวรรคสาม ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยนั้น ให้เลขาธิการราชวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๑ วรรคสองและวรรคสาม
Section 30 เลขาธิการราชวิทยาลัยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีและจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้ เมื่อเลขาธิการราชวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่ง ให้รองเลขาธิการราชวิทยาลัยและผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งด้วย นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เลขาธิการราชวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๖) สภาราชวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
(๗) สภาราชวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่สภาราชวิทยาลัยกำหนดตามมาตรา ๔๔ (๘) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
Section 31 เลขาธิการราชวิทยาลัยและรองเลขาธิการราชวิทยาลัยต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากราชวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาราชวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในราชวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาราชวิทยาลัยรับรอง หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย
(๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากราชวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาราชวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในราชวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาราชวิทยาลัยรับรอง หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากราชวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาราชวิทยาลัยรับรอง นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง เลขาธิการราชวิทยาลัย รองเลขาธิการราชวิทยาลัย และผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัย ต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 32 เลขาธิการราชวิทยาลัยเป็นผู้แทนของราชวิทยาลัยในกิจการทั้งปวงและให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารกิจการของราชวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของราชวิทยาลัย รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัย
(๒) บริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินอื่นของราชวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมายข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของราชวิทยาลัย รวมทั้งมติของสภาราชวิทยาลัย
(๓) แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยและรองหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง หรือให้ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยหรือรองหัวหน้าส่วนงานดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง
(๔) บรรจุ แต่งตั้ง ดำเนินการทางวินัย และให้ผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
(๕) จัดทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการตามระยะเวลาที่สภาราชวิทยาลัยกำหนด รวมทั้งให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของราชวิทยาลัย
(๖) จัดหาทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัย
(๗) จัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายเพื่อเสนอต่อสภาราชวิทยาลัย
(๘) เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัยด้านต่าง ๆ และรายงานประจำปีของราชวิทยาลัยต่อสภาราชวิทยาลัย
(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของราชวิทยาลัย หรือตามที่สภาราชวิทยาลัยมอบหมาย
Section 33 ในกรณีที่เลขาธิการราชวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองเลขาธิการราชวิทยาลัยซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการราชวิทยาลัย หรือไม่มีผู้รักษาการแทนเลขาธิการราชวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภาราชวิทยาลัยแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งและวรรคสาม เป็นผู้รักษาการแทน
Section 34 ในสำนักงานราชวิทยาลัย ให้เลขาธิการราชวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของสำนักงานราชวิทยาลัย และให้มีผู้อำนวยการสำนักงานราชวิทยาลัย เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่เลขาธิการราชวิทยาลัยมอบหมาย คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานราชวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 35 ในส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง ให้มีหัวหน้าส่วนงานคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของส่วนงานนั้น และจะให้มีรองหัวหน้าส่วนงานตามจำนวนที่สภาราชวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่หัวหน้าส่วนงานมอบหมายก็ได้ หัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่งนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาราชวิทยาลัย ชื่อตำแหน่ง หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ และการบริหารงานของหัวหน้าส่วนงานและรองหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย การรักษาการแทนหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา ๓๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
Section 36 หัวหน้าส่วนงานและรองหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากราชวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาราชวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในราชวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาราชวิทยาลัยรับรอง หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง หัวหน้าส่วนงานและรองหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง ต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 37 ในส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง อาจให้มีคณะกรรมการประจำส่วนงาน เพื่อทำหน้าที่บริหารส่วนงานนั้นได้ องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ของกรรมการประจำส่วนงาน ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการประจำส่วนงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 38 ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการราชวิทยาลัย รองเลขาธิการราชวิทยาลัย หัวหน้าส่วนงานและรองหัวหน้าส่วนงาน จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว ให้รักษาการแทนตำแหน่งอื่นได้อีกเพียงหนึ่งตำแหน่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
Section 39 นอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ การรักษาการแทน การมอบอำนาจให้ปฏิบัติการแทน ตลอดจนการมอบอำนาจช่วงให้ปฏิบัติการแทนของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในราชวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย ในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหรือกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ อนุกรรมการ หรือมีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนหรือผู้ปฏิบัติการแทนทำหน้าที่กรรมการ อนุกรรมการ หรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาการแทนหรือปฏิบัติการแทนด้วย แล้วแต่กรณี

หมวด ๓ การประกันคุณภาพและการประเมิน

Section 40 ให้ราชวิทยาลัยจัดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของราชวิทยาลัย ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 41 ให้ราชวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินส่วนงานของราชวิทยาลัยตามมาตรา ๘ เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของราชวิทยาลัยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 42 ให้ราชวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินหลักสูตรการศึกษา การเรียนการสอน และการวัดผลตามหลักสูตรนั้น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่สภาราชวิทยาลัยกำหนด แล้วรายงานสภาราชวิทยาลัย และประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป
Section 43 ให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัยซึ่งแต่งตั้งโดยสภาราชวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของราชวิทยาลัย องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และอำนาจหน้าที่ของกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัย ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย ทั้งนี้ ให้มีกรรมการสภาราชวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัย
Section 44 ให้สภาราชวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการราชวิทยาลัย และหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) และวรรคสอง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 45 ให้เลขาธิการราชวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของราชวิทยาลัย

หมวด ๔ การบัญชีและการตรวจสอบ

Section 46 ให้ราชวิทยาลัยวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้องเป็นไปตามหลักการควบคุมภายในที่ดี แยกตามส่วนงานของราชวิทยาลัย มีสมุดบัญชีลงรายการแยกตามประเภทของสินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ และค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น ๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชีภายในเป็นประจำ การบันทึกรายการในสมุดบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป
Section 47 ให้ราชวิทยาลัยจัดทำงบการเงินส่งผู้สอบบัญชีของราชวิทยาลัยภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี วันเริ่มและวันสิ้นปีบัญชีของราชวิทยาลัย ให้เป็นไปตามประกาศของราชวิทยาลัย
Section 48 ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกซึ่งสภาราชวิทยาลัยแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของราชวิทยาลัย และให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของราชวิทยาลัยทุกรอบปีบัญชี
Section 49 ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของราชวิทยาลัย เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจสอบถามเลขาธิการราชวิทยาลัยและผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย และเรียกให้ส่งสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของราชวิทยาลัยเป็นการเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
Section 50 ให้ผู้สอบบัญชีจัดทำรายงานผลการสอบบัญชีและการเงินเสนอต่อสภาราชวิทยาลัยภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี เพื่อให้สภาราชวิทยาลัยเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ให้ราชวิทยาลัยเผยแพร่รายงานประจำปีของปีที่สิ้นไปนั้น แสดงบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว พร้อมทั้งแสดงผลงานของราชวิทยาลัยในปีที่ล่วงมาและแผนงานที่จะจัดทำในปีต่อไปภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
Section 51 ให้เลขาธิการราชวิทยาลัยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

หมวด ๕ การกำกับและดูแล

Section 52 นายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของราชวิทยาลัย ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ และให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับราชวิทยาลัยเป็นการเฉพาะ ในกรณีที่มีปัญหาข้อขัดแย้งในการดำเนินกิจการของราชวิทยาลัยซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม ให้นายกรัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เมื่อคณะรัฐมนตรีวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว ให้ผู้เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี
Section 53 บรรดาเรื่องที่ราชวิทยาลัยจะต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

หมวด ๖ ตำแหน่งทางวิชาการ

Section 54 คณาจารย์ประจำของราชวิทยาลัยมีตำแหน่งทางวิชาการ ดังต่อไปนี้
(๑) ศาสตราจารย์
(๒) รองศาสตราจารย์
(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์
(๔) อาจารย์ ศาสตราจารย์นั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาราชวิทยาลัย สภาราชวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นได้โดยทำเป็นประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 55 ศาสตราจารย์พิเศษนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของราชวิทยาลัย โดยคำแนะนำของสภาราชวิทยาลัย คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 56 ศาสตราจารย์ซึ่งมีความรู้ความสามารถและความชำนาญเป็นพิเศษ และพ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด สภาราชวิทยาลัยอาจแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณในสาขาวิชาที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศได้ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 57 สภาราชวิทยาลัยอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมและมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของราชวิทยาลัยเป็นรองศาสตราจารย์พิเศษหรือผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษได เลขาธิการราชวิทยาลัยอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมและมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของราชวิทยาลัยเป็นอาจารย์พิเศษได้ โดยคำแนะนำของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๘ (๒) หรือวรรคสองที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 58 บุคคลซึ่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์หรือศาสตราจารย์พิเศษ หรือได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษหรือตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๕๔ วรรคสาม ให้มีสิทธิใช้ตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าวเป็นคำนำหน้านามเพื่อแสดงวิทยฐานะได้ตลอดไป การใช้คำนำหน้านามตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้อักษรย่อ ดังต่อไปนี้ ศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ ศ. ศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ ศ. (พิเศษ) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ใช้อักษรย่อ ศ. (เกียรติคุณ) รองศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ รศ. รองศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ รศ. (พิเศษ) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ ผศ. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ ผศ. (พิเศษ) การใช้คำนำหน้านามและการใช้อักษรย่อคำนำหน้านามสำหรับตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย

หมวด ๗ ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ

Section 59 ปริญญามีสามชั้น คือ ปริญญาเอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ด. ปริญญาโท เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ม. ปริญญาตรี เรียกว่า บัณฑิต ใช้อักษรย่อ บ.
Section 60 ราชวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรในสาขาวิชาที่มีการสอนในราชวิทยาลัย และร่วมให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรในสาขาวิชาที่มีการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่นในประเทศหรือต่างประเทศ หรือขององค์การระหว่างประเทศ การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นใดและจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร ให้เป็นไปตามประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
Section 61 สภาราชวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับกำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งหรือปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับสองได้
Section 62 สภาราชวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มีประกาศนียบัตรชั้นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งภายหลังที่ได้รับปริญญาโทหรือเทียบเท่าแล้ว
(๒) ประกาศนียบัตรบัณฑิต ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งภายหลังที่ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าแล้ว
(๓) อนุปริญญา ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งก่อนถึงขั้นได้รับปริญญาตรี
(๔) ประกาศนียบัตร ออกให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหรือวิจัยเฉพาะวิชา หรือผู้สำเร็จการฝึกอบรม
Section 63 ราชวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคลซึ่งสภาราชวิทยาลัยเห็นว่าทรงคุณวุฒิสมควรแก่ปริญญานั้น ๆ แต่จะให้ปริญญาดังกล่าวแก่คณาจารย์ประจำ ผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในราชวิทยาลัย นายกสภาราชวิทยาลัย หรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยในขณะดำรงตำแหน่งนั้นไม่ได้ ชั้น สาขาของปริญญา และหลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตติมศักดิ์ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 64 ราชวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีครุยวิทยฐานะหรือเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมายแสดงวิทยฐานะของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตร และอาจกำหนดให้มีครุยประจำตำแหน่งนายกสภาราชวิทยาลัย ครุยประจำตำแหน่งกรรมการสภาราชวิทยาลัย ครุยประจำตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษาราชวิทยาลัย ครุยประจำตำแหน่งผู้บริหารหรือครุยประจำตำแหน่งคณาจารย์ของราชวิทยาลัยได้ การกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ทำเป็นประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งจะใช้ในโอกาสใดโดยมีเงื่อนไขอย่างใดให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 65 ราชวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของราชวิทยาลัยหรือส่วนงานของราชวิทยาลัยได้ โดยทำเป็นประกาศของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา การใช้ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ตามวรรคหนึ่งเพื่อการค้า หรือการใช้สิ่งดังกล่าวที่มิใช่เพื่อประโยชน์ของราชวิทยาลัยหรือส่วนงานของราชวิทยาลัย ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากราชวิทยาลัย
Section 66 ราชวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีเครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายของนักศึกษาและผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยได้ โดยทำเป็นข้อบังคับของราชวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หมวด ๘ บทกำหนดโทษ

Section 67 ผู้ใดใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องแบบ เครื่องหมายหรือเครื่องแต่งกายของนักศึกษาและผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือใช้สิ่งใดที่เลียนแบบสิ่งดังกล่าว หรือแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตร หรือมีตำแหน่งใดในราชวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มีสิทธิ ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้ หรือมีวิทยฐานะหรือมีตำแหน่งเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Section 68 ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) ปลอมหรือทำเลียนแบบซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของราชวิทยาลัยหรือส่วนงานของราชวิทยาลัย ไม่ว่าจะทำเป็นสีใดหรือทำด้วยวิธีใด ๆ
(๒) ใช้ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของราชวิทยาลัยหรือส่วนงานของราชวิทยาลัยปลอมหรือซึ่งทำเลียนแบบ
(๓) ใช้หรือทำให้ปรากฏซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของราชวิทยาลัยหรือส่วนงานของราชวิทยาลัย ที่วัตถุหรือสินค้าใด ๆ โดยฝ่าฝืนมาตรา ๖๕ วรรคสอง ถ้าผู้กระทำความผิดตาม (๑) เป็นผู้กระทำความผิดตาม (๒) ด้วย ให้ลงโทษตาม (๒) แต่กระทงเดียว ความผิดตาม (๓) เป็นความผิดอันยอมความได้

บทเฉพาะกาล

Section 69 ให้โอนงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับแผนงานพัฒนาด้านสาธารณสุข ผลผลิตที่ ๑ ผลงานการให้บริการรักษาพยาบาลและส่งเสริมสุขภาพเพื่อการศึกษา และแผนงานส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ผลผลิตที่ ๑ ผลงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในส่วนที่เกี่ยวกับการสนับสนุนการดำเนินการวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ไปเป็นของราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
Section 70 ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่ออกตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นอันสิ้นสุดลง และให้ถือว่าสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์เป็นอันเลิกกิจการตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยไม่ต้องดำเนินการเลิกกิจการหรือชำระบัญชี ให้ราชวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้รับไว้ซึ่งบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน และรายได้ของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖
Section 71 ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สภาราชวิทยาลัยประกอบด้วย ประธานกรรมการมูลนิธิจุฬาภรณ์และเลขาธิการมูลนิธิจุฬาภรณ์ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นนายกสภาราชวิทยาลัย และอุปนายกสภาราชวิทยาลัย และให้ประธานกรรมการมูลนิธิจุฬาภรณ์แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสิบห้าคน เป็นกรรมการสภาราชวิทยาลัย ทั้งนี้ จนกว่าจะมีสภาราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภาราชวิทยาลัย อุปนายกสภาราชวิทยาลัย หรือกรรมการสภาราชวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้สภาราชวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการสภาราชวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่
Section 72 ในระยะเริ่มแรกให้นายกสภาราชวิทยาลัยตามมาตรา ๗๑ แต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการราชวิทยาลัย จนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการราชวิทยาลัยขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
Section 73 ให้ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์ของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์ของราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ สิทธิในการเข้าสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ หรือผู้ช่วยศาสตราจารย์ มิให้เสียไปเพราะเหตุที่มาเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย
Section 74 พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในของมูลนิธิจุฬาภรณ์ และพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้ใดสมัครใจจะเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ให้แจ้งความจำนงต่อเลขาธิการราชวิทยาลัยภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ราชวิทยาลัยรับผู้นั้นเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย โดยให้นับเวลาทำงานในขณะที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ต่อเนื่องกับเวลาทำงานของผู้นั้นในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
Section 75 ให้พนักงานหรือลูกจ้างซึ่งสมัครใจเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามมาตรา ๗๔ ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างเท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อนจนกว่าจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในราชวิทยาลัย และเมื่อได้รับการบรรจุและแต่งตั้งแล้ว จะได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างเพียงใด ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับอยู่ในวันก่อนวันที่เข้าเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยส่วนสวัสดิการและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ให้เป็นไปตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย
Section 76 ให้นักศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาในสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นนักศึกษาของราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจัดการศึกษาของราชวิทยาลัยให้หลักสูตรการศึกษาของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้เป็นหลักสูตรการศึกษาของราชวิทยาลัยต่อไป

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษาครบห้ารอบเป็นองค์กรภายในของมูลนิธิจุฬาภรณ์โดยมีศาสตราจารย์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เป็นองค์ประธาน ต่อมาศาสตราจารย์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้น
เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสครบหกรอบพระชนมพรรษาและสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ได้จัดตั้งขึ้นในวโรกาสครบสี่รอบพระชันษาขององค์ประธานมูลนิธิจุฬาภรณ์หน่วยงานทั้งสามหน่วยดังกล่าวได้ทำงานประสานและเกื้อกูลซึ่งกันและกันสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาตินานัปการเพื่อให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ
์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์สามารถดำเนินการได้อย่างมีเอกภาพ ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ สมควรจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขึ้นให้เป็นสถาบันการวิจัยและวิชาการชั้นสูงจัดการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม
การแพทย์และการสาธารณสุขชั้นนำของภูมิภาค และเนื่องจากในการจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีความจำเป็นบางประการที่อาจกระทบสิทธิของบุคคลตามกฎหมายเอกชนซึ่งต้องอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
Supplementary provisions, notes and transitional provisions of amending acts

พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๑๗ ให้แก้ไขคำว่า “ประธานสภาราชวิทยาลัย” และคำว่า “รองประธานสภาราชวิทยาลัย” ในพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นคำว่า “นายกสภาราชวิทยาลัย” และคำว่า “อุปนายกสภาราชวิทยาลัย” ทุกแห่ง บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศใด ที่ใช้คำว่า “ประธานสภาราชวิทยาลัย” และคำว่า “รองประธานสภาราชวิทยาลัย” ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัย ให้ใช้คำว่า “นายกสภาราชวิทยาลัย” และคำว่า “อุปนายกสภาราชวิทยาลัย” แทน

มาตรา ๑๘ ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการใดที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิชาการและการบริการที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ และการสาธารณสุข สมัครใจจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ให้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาและเลขาธิการราชวิทยาลัยภายในหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ราชวิทยาลัยจัดให้มีการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่ราชวิทยาลัยกำหนด และเมื่อบุคคลดังกล่าวผ่านการคัดเลือกหรือการประเมินแล้ว ให้ราชวิทยาลัยดำเนินการบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ข้าราชการซึ่งราชวิทยาลัยบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าเป็นการออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย ลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งราชวิทยาลัยบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะทางราชการยุบตำแหน่ง และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์ตามข้อบังคับของราชวิทยาลัย ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการผู้ใดเปลี่ยนไปเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัยตามมาตรานี้ประสงค์จะให้นับเวลาราชการหรือเวลาทำงานในขณะที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างต่อเนื่องกับเวลาทำงานของผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย แล้วแต่กรณี ก็ให้มีสิทธิกระทำได้ โดยแสดงความจำนงว่าไม่ขอรับบำเหน็จหรือบำนาญ การไม่ขอรับบำเหน็จหรือบำนาญตามวรรคสี่ จะต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในราชวิทยาลัย สำหรับกรณีของข้าราชการให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี สำหรับกรณีของลูกจ้างให้กระทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานยื่นต่อเลขาธิการราชวิทยาลัยเพื่อส่งต่อไปให้กระทรวงการคลังทราบ

มาตรา ๑๙ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัยในการวิจัย การจัดการศึกษา และการผลิตบุคลากรในระดับสูงเพื่อสร้างองค์ความรู้ การเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการสาธารณสุข

และการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชน จะต้องดำเนินงานด้วยความรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ประชาชนและการพัฒนาประเทศ สมควรแยกสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ออกจากการเป็นส่วนงานของราชวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารงานของราชวิทยาลัยมีความคล่องตัวและสามารถดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้

รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่จะดำเนินงานตามภารกิจได้โดยเร็วและมีความเป็นอิสระในการบริหารงานและการบริหารงบประมาณ นอกจากนี้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของราชวิทยาลัย สมควรกำหนดให้ราชวิทยาลัยอาจมีประธานราชวิทยาลัย

เพื่อให้คำแนะนำและคำปรึกษาต่อสภาราชวิทยาลัยในกิจการทั้งปวงตามวัตถุประสงค์ของราชวิทยาลัย รวมทั้งสมควรแก้ไขชื่อตำแหน่งประธานสภาราชวิทยาลัยและรองประธานสภาราชวิทยาลัยเพื่อให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๑๔บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการหรืออยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในส่วนที่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วมให้เปลี่ยนเป็นร ัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้รักษาการหรือเป็นผู้รักษาการร่วม ให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาสถาบันอุดมศึกษาหรือคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่และการเปลี่ยนแปลงผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในบัญชี ๓ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่สถาบันการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา

  มาตรา ๑๖ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับประกาศ คำสั่ง และมติของคณะรัฐมนตรีใดที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอ้างถึง “กระทรวงศึกษาธิการ”“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” “ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ” หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงศึกษาธิการ หากเกี่ยวกับการอุดมศึกษาหรือการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ถือว่าบทบัญญัตินั้นอ้างถึง“กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม” “ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี ให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาหรือคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโอนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคสองเพื่อให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่และการเปลี่ยนแปลงผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในบัญชี ๔ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่สถาบันการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา

มาตรา ๑๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสมควรจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมขึ้น

เพื่อให้มีการบูรณาการ การเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นเข้าด้วยกัน และให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยในทิศทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติแผน และนโยบายในการพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๖

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๑๕ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๔๓ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๔๗ ตารางวา ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว ไปเป็นของมูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน และให้ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าอากรแสตมป์โดยให้ดำเนินการตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร

  มาตรา ๑๖ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้คำแนะนำมูลนิธิจุฬาภรณ์ในการเตรียมการยื่นคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพิจารณาอนุญาตภายในสิบห้าวัน ในระหว่างการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่จัดการศึกษา ทำการวิจัย นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และให้บริการทางวิชาการ ต่อไปจนกว่าจะจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแล้วเสร็จ

มาตรา ๑๗ เมื่อได้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามมาตรา ๑๖ แล้ว ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไปเป็นของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าว ทั้งนี้ ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด

  มาตรา ๑๘ ให้พนักงานหรือลูกจ้างของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ที่ประสงค์จะไปปฏิบัติงานกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๖ มีหนังสือแสดงเจตนาต่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๙ ให้นักศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาหลักสูตรบัณฑิตศึกษาของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ในสังกัดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อยู่ในวันก่อนวันที่มีการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๖ เป็นนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าว

  มาตรา ๒๐ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นส่วนงานภายในของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ดำเนินการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาซึ่งมีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ เพื่อสนองพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ

เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการวิจัยเพื่อเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงที่มีความสามารถระดับนานาชาติ สามารถสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับแนวหน้า

เน้นการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยโดยใช้ทรัพยากรและดำเนินการร่วมกับสถาบันวิจัยของมูลนิธิจุฬาภรณ์มาโดยตลอด จึงสมควรแยกสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ออกจากการเป็นส่วนงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แล้วดำเนินการเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับสถาบันวิจัยของมูลนิธิจุฬาภรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คล่องตัว และมีความเป็นอิสระทั้งทางวิชาการและทางการบริหารงาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up