พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. 2497
13 sections · Posted 23 Feb 1954
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
Section 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๗”
Section 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
Section 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “โภคภัณฑ์” หมายความว่า เครื่องอุปโภคบริโภค และหมายความรวมตลอดถึงสิ่งที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ “กักตุน” หมายความว่า มีโภคภัณฑ์ไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่จำเป็นสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวและไม่นำออกจำหน่ายตามวิถีทางการค้าปกติ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ และคณะกรรมการส่วนท้องที่ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งตามความในพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
Section 4
ให้มีคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และบุคคลอื่นอีกไม่น้อยกว่าแปดคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และให้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
Section 5
ให้มีคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ประจำท้องที่ เรียกว่า “คณะกรรมการส่วนท้องที่” ดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับท้องถิ่นที่ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้ว คณะกรรมการส่วนท้องที่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรีซึ่งแล้วแต่รัฐมนตรีจะแต่งตั้งเป็นประธาน และบุคคลอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คน ซึ่งประธานแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี เป็นกรรมการ
(๒) สำหรับท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลภายในจังหวัดหนึ่ง ๆ คณะกรรมการส่วนท้องที่ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และบุคคลอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี เป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการส่วนท้องที่มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ในท้องที่ของตน และให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์
(๑) สำหรับท้องถิ่นที่ยกฐานะเป็นเทศบาลแล้ว คณะกรรมการส่วนท้องที่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรีซึ่งแล้วแต่รัฐมนตรีจะแต่งตั้งเป็นประธาน และบุคคลอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คน ซึ่งประธานแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี เป็นกรรมการ
(๒) สำหรับท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ยกฐานะเป็นเทศบาลภายในจังหวัดหนึ่ง ๆ คณะกรรมการส่วนท้องที่ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และบุคคลอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี เป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการส่วนท้องที่มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ในท้องที่ของตน และให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์
Section 6
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดหรือคณะบุคคลใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งแทนคณะกรรมการได้
Section 7
ให้กรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายของกฎหมายลักษณะอาญา
Section 8
เมื่อเป็นการสมควรสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ในท้องที่ใด จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ท้องที่นั้นเป็นเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์
Section 9
ในเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ ให้คณะกรรมการมีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือสอบถามบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโภคภัณฑ์ ซึ่งคณะกรรมการประสงค์จะทำการสำรวจการกักตุน และสั่ง หรืออนุมัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้บุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ได้
(๒) ประกาศให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ซึ่งคณะกรรมการประสงค์จะทำการสำรวจการกักตุนมาแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ และห้ามยักย้ายโภคภัณฑ์ดังกล่าวจากสถานที่เก็บ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพของโภคภัณฑ์นั้น เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการ ประกาศดังกล่าวให้ปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ทำการเทศบาล และที่ชุมนุมชนอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
(๓) เข้าไป หรือสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่หรือเคหสถานของบุคคลใด ซึ่งคณะกรรมการประสงค์จะทำการสำรวจการกักตุนเพื่อตรวจโภคภัณฑ์ ใบรับในการขายหรือแลกเปลี่ยน รายการการค้าและเอกสารหลักฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับโภคภัณฑ์ดังกล่าวได้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ในการนี้ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือเคหสถานดังกล่าวให้ความสะดวกแก่คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร
(๔) สั่ง หรืออนุมัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าได้มีการกักตุน ขายโภคภัณฑ์ดังกล่าวให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือคณะกรรมการตามวิธีการ ราคา และปริมาณที่คณะกรรมการกำหนด หรือสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดและบังคับซื้อโภคภัณฑ์ตามวิธีการ ราคา และปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดในกรณีที่มีการขัดขืนคำสั่งของคณะกรรมการ กับมีอำนาจกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขในการชำระเงินและในการส่งมอบโภคภัณฑ์นั้น ในกรณีที่ไม่ปรากฏตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ปิดประกาศคำสั่งตามความในวรรคก่อนนั้นไว้ ณ สถานที่เก็บโภคภัณฑ์ หรือพาหนะที่ขนโภคภัณฑ์นั้น เมื่อล่วงพ้นเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่วันปิดประกาศคำสั่งแล้ว เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ไม่จัดการตามคำสั่ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจยึดและบังคับซื้อตามความในวรรคก่อนได้ โภคภัณฑ์ของราชการหรือขององค์การรัฐบาลไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรานี้
(๑) มีหนังสือสอบถามบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโภคภัณฑ์ ซึ่งคณะกรรมการประสงค์จะทำการสำรวจการกักตุน และสั่ง หรืออนุมัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้บุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ได้
(๒) ประกาศให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ซึ่งคณะกรรมการประสงค์จะทำการสำรวจการกักตุนมาแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ และห้ามยักย้ายโภคภัณฑ์ดังกล่าวจากสถานที่เก็บ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพของโภคภัณฑ์นั้น เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการ ประกาศดังกล่าวให้ปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ทำการเทศบาล และที่ชุมนุมชนอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
(๓) เข้าไป หรือสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่หรือเคหสถานของบุคคลใด ซึ่งคณะกรรมการประสงค์จะทำการสำรวจการกักตุนเพื่อตรวจโภคภัณฑ์ ใบรับในการขายหรือแลกเปลี่ยน รายการการค้าและเอกสารหลักฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับโภคภัณฑ์ดังกล่าวได้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก ในการนี้ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือเคหสถานดังกล่าวให้ความสะดวกแก่คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร
(๔) สั่ง หรืออนุมัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าได้มีการกักตุน ขายโภคภัณฑ์ดังกล่าวให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือคณะกรรมการตามวิธีการ ราคา และปริมาณที่คณะกรรมการกำหนด หรือสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยึดและบังคับซื้อโภคภัณฑ์ตามวิธีการ ราคา และปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดในกรณีที่มีการขัดขืนคำสั่งของคณะกรรมการ กับมีอำนาจกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขในการชำระเงินและในการส่งมอบโภคภัณฑ์นั้น ในกรณีที่ไม่ปรากฏตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ปิดประกาศคำสั่งตามความในวรรคก่อนนั้นไว้ ณ สถานที่เก็บโภคภัณฑ์ หรือพาหนะที่ขนโภคภัณฑ์นั้น เมื่อล่วงพ้นเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่วันปิดประกาศคำสั่งแล้ว เจ้าของหรือผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ไม่จัดการตามคำสั่ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจยึดและบังคับซื้อตามความในวรรคก่อนได้ โภคภัณฑ์ของราชการหรือขององค์การรัฐบาลไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรานี้
Section 10
ผู้ใดไม่ยอมชี้แจงข้อเท็จจริงตามความในมาตรา ๙ (๑) หรือฝ่าฝืน คำสั่งหรือประกาศของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา ๙ (๑) (๒) หรือ (๔) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
Section 11
ผู้ใดขัดขวางการกระทำของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่ให้ความสะดวกตามความในมาตรา ๙ (๓) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
Section 12
ผู้ใดให้ถ้อยคำเท็จแก่คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๙ (๑) หรือให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บโภคภัณฑ์ตามมาตรา ๙ (๒) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
Section 13
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ปรากฏว่ามีพ่อค้าเป็นจำนวนมากได้ถือโอกาสกักตุนโภคภัณฑ์ เพื่อประสงค์จะให้สิ่งของดังกล่าวขาดแคลนในท้องตลาด ราคาสิ่งของจะได้สูงขึ้น แล้วจึงจะนำของดังกล่าวออกขาย
การกระทำของพ่อค้าดังกล่าวนั้นไม่เป็นธรรมแก่สังคมจึงเป็นการสมควรที่จะให้มีการสำรวจการกักตุนเครื่องโภคภัณฑ์ และมีการบังคับให้ผู้ที่กักตุนสิ่งของดังกล่าว ขายสิ่งของแก่ประชาชนได้ ทั้งนี้ โดยจัดให้มีคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ขึ้น เพื่อดำเนินการสำรวจ การบังคับให้ขาย
ในการนี้จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ