คำฟ้องและคำให้การ
เรื่องเดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายสำเภาจำเลยใช้เงิน ๓๔๐,๒๖๐.๗๓ บาท ให้แก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีต่อศาลอุทธรณ์ ๆ มีคำสั่งให้จำเลยหาประกันให้เป็นที่พอใจศาลชั้นต้นแล้วก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีได้ นายพุดซ้อน ได้มาเป็นผู้ค้ำประกันโดยทำสัญญาค้ำประกันต่อศาลมีความสำคัญว่า "ถ้าคดีนี้จำเลยแพ้โจทก์ในชั้นศาลอุทธรณ์และจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลผู้ค้ำประกันยินยอมชำระให้โจทก์แทนจำเลยจนครง ฯลฯ "
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาคงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ชั้นบังคับคดีนางพุดซ้อนผู้ค้ำประกันคัดค้านว่าได้ค้ำประกันเฉพาะในชั้นอุทธรณ์เท่านั้น ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นางพุดซ้อนผู้ค้ำประกันฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าตามสัญญาค้ำประกันระบุว่าถ้าจำเลยแพ้โจทก์ชั้นศาลอุทธรณ์ และจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาผู้ค้ำประกันจะชำระแทนจนครบ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดียืนตามศาลชั้นต้นและศาลฎีกาก็คงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันแต่ไม่เกินกว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา การที่โจทก์ยังไม่ได้ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วซึ่งเป็นเวลาระหว่างฎีกานั้นยังฟังไม่ได้ว่าเจ้าหนี้คือโจทก์ยอมผ่อนเวลาให้แก่จำเลย ศาลฎีกาจึง
Result
พิพากษายืน ค่าทนายชั้นศาลฎีกาเดิมผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดด้วย