คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบังอาจรื้อถอนโรงเรือนของนายเมืองใจ เป็นอันตรายเสียหาย ขอให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่มีเจตนาในทางอาญาเพราะโรงเรือนอยู่ในสภาพเก่าแก่เต็มที่ พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยต้องการที่ดินอันเป็นที่สาธารณะตรงที่ผู้เสียหายปลูกโรงเรือนไว้ เพื่อใช้เป็นที่ก่อสร้างโรงเก็บไม้ของจำเลย ๆ ได้บังอาจรื้อโรงเรือนของผู้เสียหายลงโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายเมื่อลงมือรื้อวันแรก ผู้เสียหายก็ได้ว่ากล่าวห้ามปรามแต่จำเลยไม่ฟัง กลับรื้อลงทั้งหมดทั้งหลัง ที่จำเลยรื้อโรงเรือนของผู้เสียหายนี้จำเลยไม่มีอำนาจอันชอบด้วย ก.ม.แต่อย่างใด แม้โรงเรือนนั้นจะเก่าแก่มีราคาเล็กน้อยแต่เมื่อจำเลยรู้แล้วว่า เป็นของมีเจ้าของหวงแหนจำเลยยังบังอาจรื้อถอนของเขาโดยพละการ ทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของทรัพย์เช่นนี้จำเลยจะพ้นผิดไปไม่ได้
Result
จึงพิพากษายืน