คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยได้บังอาจสมคบกันขุดพังคันนาของนายพา ก้อนแก้ว ทำให้คันนาซึ่งปลูกข้าวไว้แล้วเสียหายแล้วต่อมาจำเลยได้บังอาจนำกระบือ และขับเกวียนลงไปเดินในเนื้อที่นาแปลงนี้ซึ่งได้ปลูกข้าวไว้แล้ว เป็นเนื้อที่กว้าง ๕ วา ยาว ๓ เส้นทำให้ต้นข้าวซึ่งปลูกไว้เสียหาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔ จำเลยปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ปรับจำเลยคนละ ๕๐ บาทตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยบางคนได้ทำลายคันนาผู้เสียหายและพาเกวียนเดินไปตามทางในนาโจทก์จริง แต่ปรากจากคำนายอำเภอพยานโจทก์ว่า จำเลยเหล่านี้เข้าใจว่าเป็นที่สาธารณะ และทางอำเภอได้ขออนุญาตผู้เสียหายยังประกอบกับคำของพยานจำเลย ก็ประกอบเจือสมว่าได้มีการประชุมยินยอมทำทางนี้เพื่อให้เกวียนเดินโดยสดวก ฉะนั้นแม้ทางพิจารณาจะไม่ได้ความชัดเจนว่า ทางนี้เป็นทางสาธารณะหรือไม่ ก็จะเอาผิดแก่จำเลยมิได้ เพราะจำเลยมิได้มีเจตนาชั่วร้ายในการกระทำผิด อาจกระทำไปด้วยความเข้าใจผิด
Result
จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง