Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2517 (ref. 107593)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 5 บัญญัติให้ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแจ้งการครอบครองไว้เพื่อที่รัฐจะทราบว่าผู้ใดมีสิทธิครอบครองในที่นั้น ๆ ไม่ใช่ว่าถ้าไม่แจ้งการครอบครองแล้ว ผู้ครอบครองที่ดินจะเสียไปซึ่งสิทธิการครอบครองที่มีอยู่ก่อนนั้นไม่

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 Section 5 ป.ที่ดิน Section 9 ป.ที่ดิน Section 108

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง ๘ สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง ๘ สำนวนเป็นใจความอย่างเดียวกันว่าจำเลยทั้งหมดบุกรุกเข้าครอบครองทำประโยชน์และอ้างสิทธิในที่ดินของรัฐซึ่งเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน คือเป็นที่ชายตลิ่งและท้องน้ำริมแม่ปิง โดยทางราชการได้ถมท้องน้ำและชายตลิ่งจนเป็นที่ดินขึ้นอันเป็นที่ว่างเปล่าซึ่งบุคคลใดไม่อาจถือสิทธิหรือใช้สิทธิครอบครองได้ตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน เสียหายแก่ทางราชการและประชาชนจำเลยไม่มีสิทธิครอบครอง และมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งไม่มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้ในที่ดินของรัฐการกระทำของจำเลยทำให้เกิดการเสียหายทำลาย

ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินของแผ่นดินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์นายอำเภอเมืองตากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดูแลทรัพย์สินนี้ได้สั่งให้จำเลยแต่ละคนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่สาธารณะที่จำเลยบุกรุกเข้าครอบครองและทำให้เสียหายนั้นให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน จำเลยแต่ละสำนวนทราบคำสั่งนี้แล้วบังอาจจงใจฝ่าฝืนมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งที่สั่งการตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙, ๑๐๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐, ๓๖๘ และขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่สาธารณะดังกล่าวพร้อมกับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ออกไปภายใน ๓๐ วัน โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น จำเลยทุกสำนวนต่างให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยในสำนวนคดีนางโกยจำเลย นางเสงี่ยมจำเลย นายมี จำเลย นางบุญมี จำเลย นางสวาทจำเลย และนางเขียวจำเลยรวม ๖ คน มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙, ๑๐๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐, ๓๖๘ แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๐ ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ ปรับจำเลยคนละ ๑,๐๐๐ บาทให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินที่รุกล้ำภายใน ๓๐ วันโดยให้เสียค่าใช้จ่ายเอง ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยในคดีนางบุญช่วยจำเลยและนางสุ่มจำเลย

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษนางบุญช่วยจำเลยและนางสุ่มจำเลยทั้งสองสำนวนตามฟ้อง นางโกยจำเลย นางเสงี่ยมจำเลย นายมีจำเลย นางบุญมีจำเลยนางสวาทจำเลยและนางเขียวจำเลย รวม ๖ สำนวน ต่างอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่จำเลยทั้ง ๖ คนอุทธรณ์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๘ สำนวน คดีสำนวนนางบุญช่วยจำเลยและนางสุ่มจำเลยสองสำนวนนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าที่พิพาทที่จำเลยทั้งสองครอบครองอยู่นั้น จำเลยทั้งสองมีหนังสือซื้อขายกันมาและได้ไปแจ้งการครอบครอง แต่ทางการยังมิได้ออกแบบ ส.ค.๑ ให้ต่างได้ครอบครองมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับและก่อนมีการถมทราย ไม่ใช่เป็นที่ชายตลิ่งริมแม่น้ำปิงที่ทางราชการได้ถมทรายขึ้นอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อกฎหมายกำหนดเวลาให้จำเลยแจ้งการครอบครองที่ดินแล้ว

เมื่อไม่แจ้งภายในกำหนดเวลาถือว่าสละสิทธิการครอบครองนั้น เห็นว่าที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕ บัญญัติให้ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแจ้งการครอบครองไว้นั้น ก็เพื่อที่รัฐจะทราบว่าผู้ใดมีสิทธิครอบครองในที่นั้น ๆ ไม่ใช่ว่าถ้าไม่แจ้งการครอบครองแล้ว ผู้ครอบครองที่ดินนั้นจะเสียไปซึ่งสิทธิการครอบครองที่มีอยู่ก่อนนั้น จำเลยได้แจ้งการครอบครองแล้ว แต่ทางการยังไม่มอบแบบแห่งการแจ้งให้จำเลยได้ครอบครองที่ดินอยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้เจตนาสละสิทธิการครอบครองดังโจทก์ฎีกา

ที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยเข้ายึดที่ดินถมทรายขึ้นใหม่ไม่แจ้งการครอบครองนายอำเภอท้องที่ผู้ดูแลมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้ครอบครองออกไปจากที่ดินไปได้นั้น เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ข้อนี้เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยทั้งสองนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนคดีอีก ๖ สำนวนนั้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่จำเลยทุกคนครอบครองอยู่ มิใช่ที่ชายตลิ่งอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยทุกคนต่างได้เข้าครอบครองอยู่โดยการโอนการครอบครองสืบต่อกันมาและมีสิทธิครอบครองอยู่ก่อนพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ใช้บังคับการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐๘ และไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๖๐ และมาตรา ๓๖๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญาฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
Lower court
ศาลจังหวัดตาก - นายพิชิต เตโชพิทยากูล
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

Supreme Court Judgment No. 1592/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นที่ดินราชพัสดุ เป็นที่ดินของรัฐ และเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินเพื่อก…

Supreme Court Judgment No. 13241/2558

แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นยางพาราและทรัพย์สินอื่นที่สร้างอยู่ในที่ดินพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108…

Supreme Court Judgment No. 7536/2557

ที่ดินของจำเลยและที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินแปลงอื่นแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ โดยตกลงให้มีการกันที่ดินทุกแปลงเป็นทางเดินเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 เพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินในกลุ่มนี้และผู้รับโอนเ…

Supreme Court Judgment No. 6616/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าที่ดินภูเขากระโดน อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมธน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up