คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันกระทำผิด ก.ม.หลายบทหลายกะทงคือ ก. จำเลยที่ ๑ รับราชการมีหน้าที่บำรุงป่าเมื่อจำเลยที่ ๑ ได้ตีตราคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ต่อมาได้สมคบกับจำเลยที่ ๒,๓,๔ ใช้ขวานถากตราประจำต้นไม้เลขที่ ๙๕๑ ถึง ๙๕๖ ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่นายจงกลได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ทำไม้และซึ่งเจ้าพนักงานป่าไม้ได้ตีตราประทับไว้โดยชอบด้วย ก.ม. ข. แล้วจำเลยที่ ๑ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตสมคบกับจำเลยที่ ๒,๓,๔ ถากรอยตราเรียงประจำต้นไม้ดังกล่าวในข้อ ก. ออกแล้วจำเลยสมคบกันใช้ดวงตราตีเลข ๔๗๑,๔๙๐ ฯลฯ ซึ่งเป็นเลขเรียงประจำต้นของนายพิจิตรจำเลยขึ้นใหม่ โดยทางราชการมิได้อนุญาต โดยจำเลยประสงค์จะให้ไม้ของนายจงกล กงสุกุล
ตกเป็นของนายพิจิตร จำเลยที่ ๒ ทั้งนี้โดยจำเลยที่ ๑ เรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ ส่งผลประโยชน์อันมิควรได้ตาม ก.ม.ให้แก่จำเลยที่ ๑ ค. จำเลยสมคบกันกระทำการดังกล่าวโดยตั้งใจให้ใช้เป็นหนังสือราชการ เป็นการเสียหายแก่กรมป่าไม้และนายจงกลและอาจเสียหายแก่สาธารณชน ขอให้ลงโทษ จำเลยทั้ง ๔ ปฏิเสธ นายจงกลยื่นคำร้องว่าตนเป็นผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลสั่งอนุญาต ต่อมาจำเลยคัดค้าน ว่านายจงกลไม่ใช่ผู้เสียหาย ศาลนัดสอบแล้วสั่งให้ยกคำร้องของนายจงกล นายจงกลผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ นายจงกลอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของนายจงกล เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับสำนวนมาพิจารณาแล้วพิพากษาให้กลับคำสั่งศาลชั้นต้นว่าอนุญาตให้นายจงกลเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการโจทก์ได้ ให้ดำเนินการพิจารณาต่อไป
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา โดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องของอัยการโจทก์ที่บรรยายข้อกล่าวหามาก็แสดงให้เห็นชัดอยู่แล้วว่านายจงกลเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ เพราะเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำไม้ที่ตีตราไว้ให้เหล่านั้นแล้วซึ่งนายจงกลมีสิทธิที่จะเข้ายึดถือครอบครองเป็นเจ้าของในภายหลัง การที่มีผู้มาทำลายตราเหล่านั้น เพื่อมิให้นายจงกลเข้ายึดถือครอบครองเป็นเจ้าของ ย่อมเรียกได้ว่านายจงกลได้รับความเสียหายจากการกระทำนั้น
Result
พิพากษายืน