คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมใบทะเบียนยานพาหนะล้อเลื่อนชนิดรถจักรยานสองล้ออันเป็นหนังสือสำคัญในราชการโดยแก้ไขข้อความในรายการชนิดและเลขหมายประจำเครื่อง ที่เจ้าพนักงานได้ออกให้จำเลยและจำเลยได้ลักรถจักรยานสองล้อ ๑ คันของบิดาจำเลย ๆ ให้การรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์กะทงหนึ่งตาม ม.๒๘๘,๕๔ จำคุก ๖ เดือนและฐานปลอมหนังสือราชการตาม ม.๒๒๒,๒๒๔ จำคุก ๖ เดือน รวมเป็น ๑ ปี ดตาม ม.๕๘ ทวิ เพราะเป็นเยาวชน ๑ ใน ๓ เหลือ ๘ เดือน ลดตาม ม.๕๙ กึ่งคงจำคุก ๔ เดือน โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้รอการลงโทษจำเลยไว้ ๒ ปี ตาม ม.๔๑,๔๒
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการ และไม่ควรรอการลงโทษ
ศาลฎีกาเห็นว่าเอกสารชนิดนี้เป็นเพียงหนังสือราชการเท่านั้น แม้จะมีช่องสำหรับระบุชื่อเจ้าของไว้ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณา พ.ร.บ.ล้อเลื่อน พ.ศ.๒๔๗๘ แล้วย่อมเห็นได้ว่ามีไว้เพียงเพื่อความสดวกในการควบคุมของเจ้าพนักงานและพนักงานเจ้าหน้าที่อันเกี่ยวกับยานพาหนะนั้นนั่นเอง หาได้มีความุม่งหมายให้เป็นสำคัญแก่การตั้ง เปลี่ยนแก้หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิหรือหนี้สินแต่ประการใดตาม ก.ม.ไม่จึงไม่ใช่หนังสือสำคัญตาม ก.ม.อาญา ม.๖(๒๐) จะลงโทษจำเลยตาม ม.๒๒๕ ไม่ได้ ฎีกาข้อ ๒ ที่โจทก์เสนอว่าไม่ควรรอการลงโทษแก่จำเลยนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาข้อนี้เกี่ยวกับดุลยพินิจของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับวินิจฉัย
Result
พิพากษายืน.