คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บลวดสังกะสี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมลวดของกลางเป็นของบริษัทอิสต์เอเชียติ๊ก ๆ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ ให้ขายได้ ครั้นวันที่ 26 ตุลาคม 2491 ลวดรายนี้จึงตกไปอยู่ในโกดังของบริษัทอันเชี้ยง จำกัด ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการและกรรมการบริษัทอันเชียง จำกัดซื้อในนามบริษัท ชำระราคาโดยเช็คของบริษัทและลงบัญชีเงินสดของบริษัท จึงเห็นว่า ลวดของกลางรายนี้เป็นของบริษัทอันเชียง จำกัด ได้เก็บไว้ในโกดังของบริษัทโดยมีแขกยามเฝ้ารักษา
ก็ย่อมเห็นได้ประจักษ์ว่าอยู่ในความครอบครองของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้บริษัทเป็นผู้กระทำผิดได้จะโอนความผิดให้ไปตกอยู่แก่กรรมการหรือผู้จัดการเป็นส่วนตัวหาได้ไม่จำเลยจึงไม่มีความผิด ทั้งข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาก็ไม่ตรงกับข้อที่บรรยายในฟ้องจึง
Result
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในส่วนตัวจำเลยที่ 2ของกลางคืนไป