Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 586/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์กล่าวในฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินไว้จากผู้มีชื่อ เจ้าของเดิมไม่ไถ่คืน ที่ดินและโรงเรือนพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าหลวงศรีสุพรรณดิษฐ์รับซื้อฝากที่ดินแทนโจทก์ ไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น และคำฟ้องโจทก์ไม่ได้แตกต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณา เพราะเป็นการสืบถึงรายละเอียดของวิธีรับซื้อฝากและความเป็นมาแห่งการเป็นเจ้าของที่ดินของโจทก์ แม้การรับซื้อฝากแทนโจทก์จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ แต่ผู้รับซื้อฝากได้ครอบครองแทนโจทก์ ที่พิพาทก็ตกเป็นของโจทก์ได้โดยทางครอบครอง ที่วิวาทจะเป็นของโจทก์หรือเป็นของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับโจทก์ จำเลยซึ่งเป็นเอกชนไม่มีสิทธิที่จะยกบทกฎหมายดังกล่าวขึ้นต่อสู้โจทก์ ฟ้องโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาไม่มีข้อความตอนใดเคลือบคลุมอันจะเป็นเหตุให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ ตามคำให้การของจำเลยก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยหลงข้อต่อสู้ตรงไหน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม วัดเป็นนิติบุคคลที่ทำการรับซื้อฝากที่ดินและเรือนได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา วัตถุประสงค์ของวัดไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง เพราะไม่ได้มีกฎหมายบัญญัติให้วัดแจ้งวัตถุประสงค์ไว้แต่อย่างใด เมื่อจำเลยมิได้ยกประเด็นที่ฎีกาขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ จะยกขึ้นมากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน ๑ แปลง พร้อมด้วยบ้านสองหลังโดยได้รับซื้อฝากจากผู้มีชื่อแล้วตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่โจทก์ โจทก์ได้ครอบครองมาโดยสงบ และเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมา ๓๐ ปีแล้ว จำเลยที่ ๑ ได้เช่าที่ดินและบ้านจากโจทก์ แล้วได้โอนขายให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ ได้รับตราจองไปแล้ว โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่า และให้จำเลยทั้งสองออกไปจากที่พิพาท จำเลยก็ไม่ออก ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลย ให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างจำเลยพร้อมทั้งตราจอง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจมอบให้ฟ้องคดีนี้ ใบมอบอำนาจปลอม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ดินและบ้านไม่ใช่ของโจทก์ ฟ้องเคลือบคลุม คดีขาดอายุความ ที่ดินเป็นของจำเลย จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินและบ้าน จำเลยได้รับตราจองโดยสุจริต โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่า ค่าเช่าไม่ถึงเท่าที่โจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ของโจทก์ให้ขับไล่จำเลยทั้งสอง ให้เพิกถอนนิติกรรมระหว่างจำเลยและตราจองให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามที่ศาลกำหนด

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า หลวงศรีสุพรรณดิษฐ์ได้รับซื้อฝากที่ดินและบ้านพิพาทแทนโจทก์ แม้การรับซื้อฝากแทนจะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ แต่ที่พิพาทก็ตกเป็นของวัดโดยทางครอบครอง ที่และบ้านพิพาทไม่ใช่ของหลวงศรีฯ

จำเลยฎีกาซ้ำในประเด็นเดียวกัน ที่ว่าโจทก์นำสืบนอกประเด็น และฟ้องแตกต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณานั้น โจทก์กล่าวในฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินไว้จากผู้มีชื่อ เจ้าของเดิมไม่ไถ่คืน ที่ดินและโรงเรือนพิพาทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าหลวงศรีฯ รับซื้อฝากที่ดินแทนโจทก์ ไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น และคำฟ้องโจทก์ไม่ได้แตกต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณา เพราะเป็นการสืบถึงรายละเอียดของวิธีรับซื้อฝากและความเป็นมาแห่งการเป็นเจ้าของที่ดินของโจทก์ ที่ว่าโจทก์ไม่ได้ยื่น ส.ค.๑ ที่ดินจึงเป็นของรัฐ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ที่วิวาทจะเป็นของโจทก์หรือเป็นของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับโจทก์

จำเลยซึ่งเป็นเอกชนไม่มีสิทธิที่จะยกบทกฎหมายดังกล่าวขึ้นต่อสู้โจทก์ ที่ว่าฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ไม่มีข้อความตอนใดเคลือบคลุมอันจะเป็นเหตุให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ ตามคำให้การของจำเลยก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยหลงข้อต่อสู้ตรงไหน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ที่ว่าวัดไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับซื้อฝาก และวัดเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ประการใดไม่ได้กล่าวในฟ้องนั้น วัดเป็นนิติบุคคลที่ทำการรับซื้อฝากที่ดินและเรือนพิพาทได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา วัตถุประสงค์ของวัดไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง เพราะไม่ได้มีกฎหมายบัญญัติให้แจ้งวัตถุประสงค์ไว้ ที่ว่าจำเลยได้ขอออกตราจองแล้ว เป็นการออกตราจองทับที่โจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิในที่ดิน ที่ว่าโจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย และค่าเสียหายโจทก์ไม่เกินปีละ ๒๐๐ บาทนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ จะยกขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้

Result

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
บุศย์ ขันธวิทย์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
Lower court
ศาลจังหวัดชุมพร - นายมาโนช จรมาศ
ศาลอุทธรณ์ - นายจวน เจียรณัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2500/2533

โจทก์ฟ้องคดีในนามของตนเอง หาได้ฟ้องในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ไม่ แม้ฟ้องโจทก์จะได้บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์ แต่ก็มิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่าโจทก์ได้กระทำการแทน…

Supreme Court Judgment No. 4936/2540

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยบุกรุกนำต้นไม้เข้ามาปลูกในที่ดินโจทก์คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางวา จำเลยให้การว่า จำเลยปลูกต้นไม้ในที่ดินของจำเลย ไม่ได้บุกรุกที่ดินโจทก์ โดยมิได้ให้การต่อสู้ในเรื่องการครอบครอ…

Supreme Court Judgment No. 2750/2537

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่อง ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 30 และข้อ 29 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ได้บัญญัติให้โจทก์เป็นส่วนราชการอิสระไม…

Supreme Court Judgment No. 4778/2531

จำเลยที่ 3 เป็นบริษัทจำกัด ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง เมื่อบริษัทจำเลยที่ 3 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้า และเพื่อทำการกู้ยืมเงินค้ำประกันและรั…

Supreme Court Judgment No. 2369/2526

แม้ฟ้องโจทก์จะระบุว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตึกแถวเลขที่ 60 แขวงสัมพันธวงศ์เขตสัมพันธวงศ์ แต่บรรยายฟ้องว่าตึกแถวเลขที่ 60 ที่พิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 3389 แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธ์วงศ์ ซึ่งต่างแขว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up