Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2500/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องคดีในนามของตนเอง หาได้ฟ้องในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ไม่ แม้ฟ้องโจทก์จะได้บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์ แต่ก็มิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่าโจทก์ได้กระทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าว ดังนั้น เมื่อโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์ ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ได้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ เป็นประเด็นไว้ ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์ จำเลยทั้งสองได้เช่าที่ดินโจทก์บางส่วนสำหรับวางท่อระบายน้ำ และยอมให้โจทก์ใช้เครื่องสูบน้ำเพื่อใช้ในโรงงานได้ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา แล้วยังปล่อยให้น้ำทิ้งน้ำเสียไหลลงที่นาของโจทก์ เมื่อครบสัญญาเช่า โจทก์จึงไม่ยอมให้จำเลยเช่าต่อและให้จำเลยขนท่อระบายน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกไปจากที่ดิน จำเลยเพิกเฉยและไม่ให้โจทก์ใช้เครื่องสืบน้ำ ทำให้โรงงานโจทก์เสียหายเพราะขาดน้ำทำแป้งมันสำปะหลังขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนท่อระบายน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกไปจากที่ดินโจทก์พร้อมกับชดใช้ค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุม ที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์เป็นที่สาธารณะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทไม่ใช่ที่สาธารณะแต่เป็นที่ของโจทก์ จำเลยที่ ๒ เช่าที่พิพาทแทนจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ โจทก์คงฟ้องเรียกค่าเสียหายได้เฉพาะกรณีที่จำเลยปล่อยน้ำเสียลงในที่นาของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ รื้อถอนท่อระบายน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกไปจากที่ดินโจทก์ ระงับการปล่อยน้ำทิ้งน้ำเสียลงคลองแควพระยาและที่นาของโจทก์ กับให้จำเลยที่ ๑ใช้ค่าเสียหายปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท นับแต่ปี ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๑ จะรื้อถอนท่อระบายน้ำทิ้งน้ำเสียลงในที่ดินโจทก์ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องรื้อถอนท่อระบายน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆออกไปจากที่ดินที่จำเลยทำสัญญาเช่าไว้กับโจทก์ แต่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายโจทก์ปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท นับแต่ปี ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะระงับหรือแก้ไขไม่ให้น้ำทิ้งน้ำเสียไหลลงที่นาของโจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แ้กให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่รื้อถอนท่อน้ำทิ้งน้ำเสียออกไป จึงเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อโจทก์ และน้ำทิ้งน้ำเสียจากโรงงานของจำเลยที่ ๑ ทำให้ที่นาของโจทก์เสียหายจำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิด แต่ในส่วนค่าเสียหายของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์นั้นคดีนี้โจทก์ฟ้องคดีในนามของตนเองเป็นส่วนตัว หาได้ฟ้องในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ไม่ แม้ว่าฟ้องของโจทก์จะได้บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์ แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายให้แจ้งชัดว่า โจทก์ได้กระทำการแทนนิติบุคคลดังกล่าวอย่างไร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร โจทก์จึงฟ้องในนามของตนเองได้

แม้ว่าจำเลยที่ ๑ จะไม่ได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ แต่ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ดังนั้น เมื่อโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์เป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ได้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ รื้อถอนท่อระบายน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกไปจากที่ดินที่จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าไว้กับโจทก์ ห้ามจำเลยที่ ๑ เข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท นับแต่ปี ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๑ จะรื้อถอนท่อระบายน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกไปจากที่ดินที่จำเลยที่ ๑ทำสัญญาเช่าไว้กับโจทก์ และให้ระงับการปล่อยน้ำเสียลงคลองแควพระยาและที่นาของโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
Lower court
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายนิธิ ไขแสง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 586/2509

โจทก์กล่าวในฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินไว้จากผู้มีชื่อ เจ้าของเดิมไม่ไถ่คืน ที่ดินและโรงเรือนพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แต่ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าหลวงศรีสุพรรณดิษฐ์รับซื้อฝากที่ดินแทนโจทก์ ไม่…

Supreme Court Judgment No. 1272/2520

สถานที่เกิดเหตุเป็นคอกสุกรและห้องพักคนงานซึ่งมีรั้วสังกะสีล้อมรอบทุกด้าน. คอกสุกรสร้างขึ้นเป็นวัตถุประสงค์อันสำคัญของผู้เสียหายสำหรับเก็บรักษาสุกรโดยเฉพาะ. ส่วนห้องพักคนงานและห้องแถวเป็นวัตถุประสงค์อั…

Supreme Court Judgment No. 8001/2544

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบปฏิบัติผิดสัญญาจ้างออกแบบผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้สารกันน้ำซึม และฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงานปฏิบัติผิดสัญญาจ้างมิได้ตรว…

Supreme Court Judgment No. 2738/2537

แม้วัตถุประสงค์ของโจทก์จะระบุเพียงว่า ทำการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด โดยมิได้ระบุวัตถุประสงค์ทำการสั่งเข้าและส่งออกข้าวโพดก็ตามแต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้…

Supreme Court Judgment No. 3919/2534

จำเลยที่ 7 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้เช่นเดียวกับจำเลยอื่นจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือคำให้การของตน ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up