Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1161/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้จอบยาวประมาณ 1 เมตรเศษ เป็นจอบขนาดใหญ่ตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะถึง 2 ถึง 3 ครั้งในขณะที่ผู้ตายนอนนิ่งอยู่ ซึ่งจำเลยมีโอกาสที่จะเลือกตีผู้ตายที่ใดก็ได้แต่จำเลยกลับเลือกตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะอันเป็นอวัยวะสำคัญถึงขนาดกะโหลกศีรษะผู้ตายแตกและบางส่วนหลุดหายไป ทั้งบาดแผลลึกถึงสมองเนื้อสมองหายไปอันแสดงว่าจำเลยตีทำร้ายอย่างรุนแรง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำของจำเลยได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ แม้มูลเหตุที่จำเลยไม่พอใจผู้ตายจะไม่ใช่สาเหตุร้ายแรงถึงขนาดที่จำเลยจะต้องฆ่าผู้ตายก็ตาม ก็ต้องถือว่าจำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม้ฟืนของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิด จึงไม่รับและพิพากษาให้ยกคำขอส่วนนี้ของโจทก์ โจทก์หาได้อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ริบไม้ฟืนของกลางไม่ ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นฎีกาที่ไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 33 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ให้จำคุกตลอดชีวิต คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก จำเลยมีอายุไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 76 จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยได้ใช้ไม้ฟืนของกลางยาวประมาณ 1 เมตร และจอบของกลางยาวประมาณ 1.50 เมตร ตีทำร้ายผู้ตายหลายครั้งจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย บาดแผลผู้ตายปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้อง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยใช้ไม้ฟืนของกลางและจอบของกลางตีทำร้ายผู้ตายโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของนายแพทย์วรพลพยานโจทก์ผู้ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย ซึ่งเบิกความประกอบรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องว่า ได้ตรวจบาดแผลของผู้ตาย พบบาดแผลที่ศีรษะด้านหลังข้างซ้ายมีรอยฉีกขาด ยาว 12 เซนติเมตร กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ลึกถึงสมอง เนื้อสมองหายไปบางส่วน กะโหลกศีรษะแตกและบางส่วนหายไป บาดแผลฟกช้ำที่สีข้างด้านซ้ายและกกหูด้านซ้าย ศีรษะด้านหน้าข้างขวา บาดแผลดังกล่าวเกิดจากโดนกระแทกจากของแข็งอย่างแรง ยังได้ความตามคำเบิกความของนางหนูแจ๋ว ช่างเหล็ก พยานโจทก์เจ้าของบ้านเกิดเหตุว่าได้ยินเสียงตีดังตุบ

ๆ ที่บริเวณหน้าบ้านเกิดเหตุประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ยินเสียงร้อง ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาว่าจำเลยได้ใช้ไม้ฟืนของกลางที่ถือติดมือตีที่ศีรษะของผู้ตายจนไม้ฟืนหลุดมือ จำเลยและผู้ตายเข้ากอดปล้ำและล้มลง จำเลยลุกขึ้นได้ก่อน จำเลยใช้เท้าเตะผู้ตายที่หน้า ผู้ตายนอนคว่ำเงียบไป จำเลยได้ใช้จอบซึ่งพบที่บริเวณหน้าบ้านเกิดเหตุตีที่ศีรษะผู้ตายโดยใช้สันจอบตีขณะผู้ตายยังนอนคว่ำเงียบอยู่ประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนมีรายละเอียดต่าง ๆ อันเจือสมกับคำเบิกความของพยานโจทก์และบาดแผลของผู้ตายซึ่งยากที่พนักงานสอบสวนจะแต่งขึ้นเองโดยที่มิได้มาจากปากคำของจำเลย

ทั้งจำเลยก็ให้การโดยไม่มีโอกาสได้ปรุงแต่งเรื่องราวเพื่อให้เป็นคุณแก่จำลย เชื่อได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจไปตามเหตุการณ์ที่เกิด การที่จำเลยใช้จอบของกลางยาวประมาณ 1.50 เมตร ตามที่ปรากฏในภาพถ่ายของกลาง ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นจอบขนาดใหญ่ตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะถึง 2 ถึง 3 ครั้งในขณะที่ผู้ตายนอนนิ่งอยู่ ซึ่งจำเลยมีโอกาสที่จะเลือกตีผู้ตายที่ใดก็ได้ แต่จำเลยกลับเลือกตีทำร้ายผู้ตายที่บริเวณศีรษะอันเป็นอวัยวะสำคัญถึงขนาดกะโหลกศีรษะผู้ตายแตกและบางส่วนหลุดหายไป ทั้งบาดแผลลึกถึงสมอง เนื้อสมองหายไปอันแสดงว่าจำเลยตีทำร้ายอย่างรุนแรง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลในการกระทำของจำเลยได้ว่าอาจทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้

แม้มูลเหตุที่จำเลยไม่พอใจผู้ตายจะไม่ใช่สาเหตุร้ายแรงถึงขนาดที่จำเลยจะต้องฆ่าผู้ตายก็ตาม ก็ต้องถือว่าจำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า ไม้ฟืนของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดสมควรที่จะริบ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้สั่งริบ จึงขอให้ศาลฎีการิบไม้ฟืนของกลางนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ไม้ฟืนของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดจึงไม่ริบและพิพากษาให้ยกคำขอส่วนนี้ของโจทก์ โจทก์หาได้อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ริบไม้ฟืนของกลางไม่ ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นฎีกาที่ไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 วางโทษจำคุก 20 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 13 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2.

Matter details

Panel of judges
วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
Lower court
ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายวิโรจน์ อำนวยสมบัติ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายยงยุทธ สุเรนทร์รังสิกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2425/2542

โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,376 ฐานพาอาวุธปืนฯ เป็นกรรมเดียวผิดกฎ…

Supreme Court Judgment No. 1292/2537

การที่พวกของจำเลยขับรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ ส.ขับโดยมีโจทก์ร่วมนั่งซ้อนท้ายเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ล้มลงแล้วพวกของจำเลยทั้งสองจึงหยุดรถแล้วลงไปใช้เหล็กท่อนเป็นอาวุธทำร้ายร่างกาย ส. และโจทก์ร่วม เ…

Supreme Court Judgment No. 108/2546

จำเลยได้รับแจ้งจาก ห. ว่าผู้เสียหายล่อลวง ห. ไปที่บังกะโลเพื่อล่วงเกินทางเพศ จำเลยโกรธแค้นจึงวางแผนให้ ห. โทรศัพท์ไปหลอกผู้เสียหายให้ออกจากบ้านไปหา ห.ที่จุดเกิดเหตุเพื่อทำร้ายสั่งสอนเป็นการแก้แค้นแทน…

Supreme Court Judgment No. 6431/2545

จำเลยใช้สายไฟที่ตัดจากสายพัดลมต่อปลั๊กไฟในบ้านจี้ไปที่บริเวณหัวไหล่และต้นแขนขวาของผู้เสียหาย แล้วจำเลยวิ่งไปสับคัตเอาท์ที่ด้านหลังบ้านโดยไม่หลบหนีไปทันทีแต่กลับมาพูดขู่ผู้เสียหาย ซึ่งหากจำเลยประสงค์จะ…

Supreme Court Judgment No. 9546/2544

ผู้ร้องเป็นเจ้าของตู้คาราโอเกะ อันประกอบด้วยเครื่องรับโทรทัศน์สี เครื่องเล่นวิดีโอซีดี แผ่นวิดีโอซีดี และเครื่องเสียงพร้อมลำโพง ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ริบตาม ป.อ. มาตรา 33 เพราะจำเลยได้นำไปฉายหรือให้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up