Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1225/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 ได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกตั๋วมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัลมาขายให้แก่โจทก์ ตามหนังสือรับรองการขายตั๋วสัญญาใช้เงินไม่ปรากฏข้อความว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่ใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 จะยอมใช้เงินแก่โจทก์ หรือคำว่า "ค้ำประกัน" คงระบุเพียงฐานะของจำเลยที่ 2 ว่า"ผู้รับอาวัล" ต่อท้ายลายมือชื่อจำเลยที่ 2 และแม้จะระบุเรื่องการผ่อนเวลาไว้ก็เป็นการกล่าวถึงความรับผิดของจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับอาวัล ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 940 เท่านั้นเมื่อเป็นกรณีมีข้อสงสัย จึงต้องตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น โดยถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันในการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน แม้ปรากฏว่าหลังจากที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงินแล้วจำเลยที่ 1 ผู้ออกตั๋วได้ผ่อนชำระเงินให้โจทก์ไปบางส่วน เป็นเหตุให้อายุความในส่วนของจำเลยที่ 1 สะดุดหยุดลง แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ผู้รับอาวัลได้ร่วมกระทำด้วยอายุความในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงไม่สะดุดหยุดลง ตาม มาตรา 295 ประกอบ มาตรา 967,985

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับลงวันที่12 กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกตั๋วโดยสัญญาว่าจะใช้เงิน 57,000 บาท ให้แก่โจทก์ภายใน 42 วัน มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัล มาขายลดแก่โจทก์ ตกลงกันว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ใช้เงินภายในกำหนดยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 19 ต่อปีโดยจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับอาวัลและผู้ค้ำประกันได้ตกลงยินยอมตามเงื่อนไขในการขายลดดังกล่าว ครั้นเมื่อถึงกำหนดชำระเงินจำเลยที่ 1 มิได้ใช้เงินคืนแก่โจทก์ตามสัญญาเพียงแต่ผ่อนชำระหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2529 รวมเป็นเงินที่ผ่อนชำระทั้งสิ้น 27,201.58 บาท ยังค้างชำระต้นเงินอีก37,367.78 บาท

โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี นับแต่วันที่28 มกราคม 2529 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัลจำเลยที่ 1 ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน แต่ไม่เคยตกลงเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว และโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ 25 มีนาคม 2528 ซึ่งเป็นวันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนด ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์ 29,798.42 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับจากวันที่ 25 มีนาคม 2528 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่าเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2528 จำเลยที่ 1 ได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกตั๋วโดยสัญญาว่าจะใช้เงิน 57,000 บาท ให้แก่โจทก์ภายใน 42 วัน มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัล มาขายลดแก่โจทก์ ซึ่งถึงกำหนดใช้เงินในวันที่ 25 มีนาคม 2528 ตามหนังสือรับรองการขายตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.3 โดยมีจำเลยที่ 2 ร่วมลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองฉบับนี้ด้วย ต่อมาเมื่อถึงกำหนดใช้เงิน จำเลยที่ 1 ผิดนัด แต่ได้ผ่อนชำระเงินต่อมาหลายครั้ง

ชำระครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 มกราคม2529 โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2532พิเคราะห์แล้ว ปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 มีเพียงว่า ฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ขาดอายุความหรือไม่ ปัญหานี้ ตามหนังสือรับรองการขายตั๋วสัญญาใช้เงิน เอกสารหมาย จ.3 มีข้อความระบุถึงจำเลยที่ 2 เพียงว่า จำเลยที่ 2 ผู้รับอาวัล ได้ทราบข้อตกลงในการที่จำเลยที่ 1 ได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 57,000 บาท ที่จำเลยที่ 1เป็นผู้ออกตั๋วมาขายให้แก่โจทก์แล้วทุกประการ และหากโจทก์ยอมผ่อนเวลาการชำระเงินให้แก่จำเลยที่ 1 ให้ถือว่าจำเลยที่ 2 ยินยอมตกลงในการผ่อนเวลานั้นด้วยและจะไม่ยกเอาการผ่อนเวลานั้นเป็นข้อต่อสู้แต่อย่างใด และมีลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ลงไว้ที่ท้ายสัญญาด้วย โดยมีคำว่า

"ผู้รับอาวัล" ต่อท้ายลายมือชื่อ เห็นว่าตามหนังสือรับรองการขายตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวไม่ปรากฏความข้อใดเลยว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่ใช้เงินแก่โจทก์ตามสัญญาขายลดแล้วจำเลยที่ 2 จะยอมใช้เงินแก่โจทก์ หรือแม้แต่คำว่า "ค้ำประกัน"ก็ไม่ปรากฏ ฐานะของจำเลยที่ 2 คงระบุเพียงว่าเป็นผู้รับอาวัลเท่านั้น แม้จะระบุถึงเรื่องการผ่อนเวลาไว้ก็คงเป็นการกล่าวถึงความรับผิดของจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับอาวัล ซึ่งต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลที่ตนประกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 940 โดยไม่อาจอ้างเรื่องการผ่อนเวลาตามหลักค้ำประกันทั่วไปในมาตรา 700 ขึ้นต่อสู้โจทก์ได้อยู่แล้ว ดังนี้ เมื่อเป็นกรณีที่มีข้อสงสัย จึงต้องตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน

จำเลยที่ 1 ในการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินต่อโจทก์นอกเหนือไปจากการเป็นผู้รับอาวัลจำเลยที่ 1 ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินอันจะทำให้คดีโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 มีอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164 เดิมหากแต่เป็นการฟ้องให้จำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะผู้รับอาวัลเท่านั้น ซึ่งมีอายุความ 3 ปี นับแต่วันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงินตามมาตรา 1001 ประกอบมาตรา 940อนึ่ง แม้ปรากฏว่าหลังจากที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงินแล้วจำเลยที่ 1 ผู้ออกตั๋วจะได้ผ่อนชำระเงินให้โจทก์ไปบางส่วน เป็นเหตุให้อายุความในส่วนของจำเลยที่ 1 สะดุดหยุดลงก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ผู้รับอาวัลได้ร่วมกระทำกับจำเลยที่ 1 ด้วย จึงเป็นเรื่องแต่เฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้น

อายุความในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงไม่สะดุดหยุดลงด้วยตามมาตรา 295 ประกอบมาตรา 967, 985 เมื่อคดีนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงินเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2528โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2532 เป็นเวลาเกินกว่า3 ปี คดีโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 ขาดอายุความแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1

Matter details

Panel of judges
ปราโมทย์ ชพานนท์ · นิเวศน์ คำผอง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 422/2521

การที่ผู้ทรงตั๋วสัญญาใช้เงินยอมผ่อนเวลาให้กับผู้ออกตั๋วนั้นไม่เป็นเหตุให้ผู้รับอาวัลหลุดพ้นจากความรับผิด เพราะผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกันจึงอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ชั้น…

Supreme Court Judgment No. 2734/2528

มูลหนี้ตามที่จำเลยรับสภาพหนี้ไว้แก่โจทก์เป็นหนี้อันเกิดจากจำเลยรับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินส่วนหนึ่ง และเป็นหนี้ซึ่งเกิดจากจำเลยขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์อีกส่วนหนึ่ง ดังนั้น การที่จำเลยทำหนังสือรับสภา…

Supreme Court Judgment No. 2058/2549

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 ต่อมาวันที่ 19 ธันวาคม 2521 จำเลยได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน อันเป็นการชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วน ถือ…

Supreme Court Judgment No. 1130/2539

โจทก์ฟ้องจำเลยที่1ให้รับผิดในมูลหนี้ตามคำขอเบิกเงินล่วงหน้าตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิตหรือสัญญาซื้อขายอันเป็นสัญญาซึ่งมีผลบังคับได้ตามกฎหมายชนิดหนึ่งโดยโจทก์บรรยายฟ้องว่าในการทำคำขอเบิกเงินล่วงหน้าตามเล็ตเต…

Supreme Court Judgment No. 2251/2539

ตามประกาศประกวดราคาของกรมทางหลวงโจทก์ ข้อ 3 กำหนดเพียงว่าโจทก์คาดว่าจะลงนามในสัญญากันได้ประมาณ 30 วัน นับจากวันเปิดซองประกวดราคา และตามข้อ 2 ระบุว่า หากว่าโจทก์มีความจำเป็นอันไม่อาจลงนามในสัญญาได้ตามก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up