Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1272/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินที่จำเลยใช้สร้างสะพานทางเดินพิพาทเป็นที่ดินของโจทก์ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนจำเลยให้การว่าที่ดินดังกล่าวเจ้าของที่ดินเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณะประเด็นแห่งคดีจึงมีว่าที่ดินที่จำเลยใช้สร้างสะพานทางเดินพิพาทเป็นที่ดินของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินที่สร้างสะพานทางเดินพิพาทกว้าง1.5เมตรยาวประมาณ37.4เมตรเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินจึงเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับทรัพย์พิพาทเดียวกันกับฟ้องเดิมฟ้องแย้งส่วนนี้ย่อมเกี่ยวกับฟ้องเดิม ฟ้องแย้งในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินทั้งสองด้านของที่ดินที่ใช้สร้างทางเดินพิพาทในฟ้องเดิมนั้นเป็นที่ดินติดเป็นผืนเดียวกันกับทางเดินพิพาทเท่ากับจำเลยอ้างว่าที่ดินพิพาทกว้างยาวกว่าที่โจทก์ระบุมาในฟ้องเดิมและเป็นการตั้งสิทธิว่าถูกโจทก์โต้แย้งสิทธิตามฟ้องเดิมโดยโจทก์อ้างว่าที่ดินที่จำเลยฟ้องแย้งในส่วนนี้ก็เป็นของโจทก์ถือว่าฟ้องแย้งในส่วนนี้มีส่วนสัมพันธ์กับฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ฟ้องแย้งในส่วนจึงเกี่ยวกับฟ้องเดิม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 26 ถึงวันที่ 28 สิงหาคม2530 จำเลยได้สร้างสะพานทางเดินคอนกรีตกว้าง 1.5 เมตร ยาวประมาณ36 เมตร รุกล้ำที่ดินของโจทก์ระหว่างโฉนดเลขที่ 6202, 2224 และ 2246ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเนื้อที่ 13.5 ตารางวา โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสะพานทางเดินคอนกรีตและทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และห้ามจำเลยยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไปจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้สร้างสะพานทางเดินพิพาทรุกล้ำที่ดินของโจทก์ซึ่งเดิมเป็นที่ดินของบุคคลอื่น ที่ดินด้านทิศตะวันตกของที่ดินโฉนดเลขที่ 6202, 2224 และที่ดินด้านทิศตะวันออกของที่ดินโฉนดเลขที่ 2246 เป็นคลองสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันเป็นเวลานานหลายสิบปี โดยมีแนวคลองตามแนวสะพานทางเดินพิพาท

คลองดังกล่าวกว้างประมาณ 6 เมตร ยาว 51.70 เมตรเดิมริมคลองด้านทิศตะวันออกซึ่งอยู่นอกเขตที่ดินของโจทก์มีทางเดินเลียบคลองดังกล่าว ต่อมาน้ำท่วม ประชาชนได้ร่วมกันสร้างสะพานทางเดินเลียบคลองดังกล่าวเมื่อประมาณ 70 ถึง 80 ปี ที่ผ่านมาจนกระทั่งคลองดังกล่าวตื้นเขินไม่สามารถใช้สัญจรได้ ประชาชนจึงใช้สะพานทางเดินดังกล่าวตลอดมา เมื่อสะพานทางเดินไม้ชำรุดมากจำเลยจึงได้สร้างสะพานทางเดินพิพาทแทน หลังจากซื้อที่ดินทั้งสามแปลงแล้วโจทก์ได้ขอรังวัดออกโฉนดที่ดินใหม่ ทำให้แนวเขตที่ดินรุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินที่เคยเป็นคลองและใช้สร้างสะพานทางเดินพิพาท คลองและสะพานทางเดินพิพาทนี้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน

ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยาย ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่า ที่ดินที่สร้างสะพานทางเดินพิพาทกว้าง 1.5 เมตร ยาวประมาณ 37.5 เมตร และที่ดินซึ่งเดิมเป็นคลองกว้างประมาณ 6 เมตร ยาวประมาณ 51.7 เมตร ที่ไม่ได้ใช้สร้างสะพานทางเดินพิพาทรวมเนื้อที่ 77.5 ตารางวา ในโฉนดเลขที่ 6202, 2224 และ 2246 ของโจทก์เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินทางทิศตะวันตกของที่ดินโฉนดเลขที่ 6202, 2224 และที่ดินทางทิศตะวันออกของที่ดินโฉนดเลขที่ 2246 ไม่เคยมีทางเดินเลียบคลอง ไม่มีส่วนใดเป็นคลองหรือทางเดินสาธารณะ เพียงแต่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงบางเวลา ชาวบ้านเดินเข้าออกไม่สะดวก จึงขออนุญาตสร้างสะพานทางเดินไม้ผ่านที่ดินของโจทก์ ซึ่งโจทก์อนุญาตให้สร้างเป็นการชั่วคราวเท่านั้นฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม

ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมให้ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลยโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต่อไปตามฎีกาของจำเลยว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินที่จำเลยใช้สร้างสะพานทางเดินพิพาทเป็นที่ดินของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอน

จำเลยให้การว่าที่ดินดังกล่าวเจ้าของที่ดินเดิมอุทิศให้เป็นทางสาธารณะประเด็นแห่งคดีเดิมจึงมีว่าที่ดินที่จำเลยใช้สร้างสะพานทางเดินพิพาทเป็นที่ดินของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังนั้น ที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินที่สร้างสะพานทางเดินพิพาทกว้าง 1.5 เมตรยาวประมาณ 37.4 เมตร เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับทรัพย์พิพาทเดียวกันกับฟ้องเดิม ฟ้องแย้งส่วนนี้ย่อมเกี่ยวกับฟ้องเดิม และฟ้องแย้งในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินสองด้านของที่ดินที่ใช้สร้างทางเดินพิพาทในฟ้องเดิมนั้น ก็เป็นที่ดินติดเป็นผืนเดียวกันกับทางเดินพิพาท เท่ากับจำเลยอ้างว่าที่ดินพิพาทกว้างยาวกว่าที่โจทก์ระบุมาในฟ้องเดิม และก็เป็นการตั้งสิทธิว่าถูกโจทก์โต้แย้งสิทธิตามฟ้องเดิมโดยโจทก์อ้างว่าที่ดินที่จำเลยฟ้องแย้งในส่วนนี้ก็เป็นของโจทก์

ถือได้ว่าฟ้องแย้งในส่วนนี้มีส่วนสัมพันธ์กับฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา177 วรรคสาม และ 179 วรรคท้าย ฟ้องแย้งในส่วนนี้จึงเกี่ยวกับฟ้องเดิมเช่นเดียวกันพิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินที่ใช้สร้างทางเดินพิพาทกว้าง1.5 เมตร ยาวประมาณ 37.4 เมตร เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สมบัติ เดียวอิศเรศ · สุทธิ นิชโรจน์ · จำลอง สุขศิริ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4795/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุและเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ราชพัสดุดังกล่าว โดยซื้อมาจาก จ. เดิมจำเลยเป็นผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจาก จ. แต่ จ. ได้ยกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 3202/2559

แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกันกับฟ้องเดิมที่รวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้หรือไม่ไว้ด้วย แต่เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำร…

Supreme Court Judgment No. 6506/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงาน ต่อมาจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงานจริง แต่มิได้เลิกจ้างหรือถอดถอนโจทก์จากการเป็นพนักงาน เห็นได้ชัดแจ้งว่าจำเล…

Supreme Court Judgment No. 7379/2554

จำเลยร่วมให้การในชั้นแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยร่วม จำเลยที่ 2 นั่งรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับมาเพราะต้องไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเปิดปิดการระบายน้ำในการชลประทาน จำเลยที่ 2 มิได้…

Supreme Court Judgment No. 11317/2553

การขอแก้ไขคำให้การต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลก่อนวันนัดชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up