คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๐๔ จำเลยกับพวกบังอาจบุกรุกเอาเสาไม้แก่นล้อมรั้วเข้ามาในที่ดินของโจทก์ โจทก์ ยื่นคำร้องต่ออำเภอท้องที่ซึ่งได้เรียกไปสอบสวน จำเลยยอมรับจะรื้อแล้ว แต่กลับเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยาน แล้วพิพากษาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ให้ยกฟ้องโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ จึงพิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๖ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความมาใช้บังคับในเรื่องอายุความได้สิทธิครอบครองด้วยอนุโลมฉะนั้น จึงนำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความสะดุดหยุดลงมาใช้บังคับแก่อายุความ ได้สิทธิตามมาตรา ๑๓๗๕ ได้ตามฟ้องของโจทก์ที่ระบุถึงเรื่องโจทก์ไปร้องต่ออำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อำเภอโคกสำโรง ฯ เรียกจำเลยไปสอบสวน จำเลยรับว่าจะรื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินของโจทก์นั้น อย่างน้อยก็มีผลเป็นการรับสภาพตามสิทธิของโจทก์ ซึ่งเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๗๒ และฟ้องของโจทก์ที่ระบุถึงกรณีดังกล่าวนั้นไม่เคลือบคลุม คดีมีเหตุอันสมควรที่จะให้คู่ความนำสืบกันต่อไป
Result
พิพากษายืนให้ยกฎีกาจำเลย