Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1409/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทำสัญญาเช่าเวลาของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์จากโจทก์ในระบบเอฟ.เอ็มและเอ.เอ็ม ระหว่างสัญญากำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ของโจทก์ทั้งสองระบบรับฟังไม่ชัดเจนในพื้นที่นอกเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เมื่อตามสัญญาเช่าเวลาดังกล่าวไม่มีข้อตกลงในรายละเอียดว่าโจทก์ต้องจัดการให้กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งสองระบบดังกล่าวมีกำลังส่งที่ประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ทั้งหมดรับฟังได้อย่างชัดเจน และโจทก์จำเลยมีเจตนาผูกพันกันตามสภาพที่กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์มีอยู่ในขณะทำสัญญา ดังนั้นการที่กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ที่จำเลยเช่าจากโจทก์ไม่สามารถส่งกระจายเสียงให้ประชาชนที่อยู่นอกเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์รับฟังได้ชัดเจนนั้น หาใช่สาระสำคัญถึงขนาดที่จะถือได้ว่าโจทก์ผิดสัญญาไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่นนี้ แม้จำเลยจะแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่โจทก์ ก็หามีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยชอบอันจะทำให้สัญญาเลิกกันไม่ จำเลยจึงต้องผูกพันตามสัญญาดังกล่าว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นกรมในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีอำนาจรับโฆษณาสินค้า บริการธุรกิจและให้เช่าเวลาทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ นายมานิตย์วรินทรเวช เป็นอธิบดีมีอำนาจหน้าที่บริหารราชการของโจทก์ จำเลยทำสัญญาเช่าเวลาของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในสังกัดของโจทก์ในระบบเอฟ.เอ็ม ความถี่ 101.75 เมกะเฮิรตซ์และระบบเอ.เอ็ม. ความถี่ 1602 กิโลเฮิรตซ์ เพื่อออกอากาศในรายการข่าวความรู้และบันเทิง ทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ ระหว่างเวลา 17 ถึง18 นาฬิกา อัตราค่าเช่าระบบละ 18,650 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2530 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2531 ตามสัญญาเลขที่ 219 และ220/2530 ซึ่งจำเลยต้องชำระค่าเช่าภายในวันที่ 25 ของเดือนจำเลยปฏิบัติตามสัญญามาตลอดจนถึงงวดเดือนกุมภาพันธ์ 2531เป็นต้นมา

จำเลยไม่นำเงินค่าเช่าในระบบเอ.เอ็ม.มาชำระ และในงวดเดือนเมษายน 2531 เป็นต้นมา จำเลยไม่นำเงินค่าเช่าเวลาในระบบเอฟ.เอ็ม. มาชำระ รวมทั้งสองระบบ 14 งวด เป็นเงิน 261,100 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 283,350.58 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้แจ้งบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์แล้วที่บอกเลิกก่อนสัญญาครบกำหนด เพราะรายการของจำเลยที่ออกอากาศมีคลื่นรบกวน รับฟังไม่ได้ชัดเจน จำเลยบอกกล่าวให้โจทก์แก้ไขแล้ว แต่โจทก์ไม่แก้ไขให้ดีขึ้น ไม่สมประโยชน์ของจำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 283,350.58 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อเดือนกันยายน 2530 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าเวลาของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์จากโจทก์ทั้งในระบบเอฟ.เอ็ม.และเอ.เอ็ม. มีระยะเวลาการเช่า 1 ปีตั้งแต่เดือนตุลาคม 2530ถึงเดือนกันยายน 2531 ตามเอกสารหมาย จ.1 และจ.2 ระหว่างสัญญา กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ของโจทก์ทั้งสองระบบสามารถรับฟังได้ชัดเจนเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ส่วนที่อำเภอลำปลายมาศซึ่งอยู่ห่างประมาณ32 กิโลเมตร อำเภอพุทไธสง อยู่ห่างประมาณ 65 กิโลเมตร และอำเภอประโคนชัยอยู่ห่างประมาณ 44 กิโลเมตรรับฟังไม่ชัดเจน จำเลยจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญา ตามเอกสารหมาย ล.2 ถึง ล.4

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา อันจะทำให้จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเช่าเวลาของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ เอกสารหมาย จ.1และ จ.2 ไม่มีข้อตกลงในรายละเอียดว่าโจทก์ต้องจัดการให้กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งสองระบบดังกล่าวมีกำลังส่งที่ประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ทั้งหมดสามารถรับฟังได้อย่างชัดเจน ข้อเท็จจริงได้ความต่อไปว่าก่อนจำเลยทำสัญญากับโจทก์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2530 สภาจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีมติให้ปรับปรุงสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์เนื่องจากกำลังส่งกระจายเสียงไม่สามารถที่จะรับฟังได้ทั่วถึงทั้งจังหวัดตามเอกสารหมาย

ล.7 และระหว่างทำสัญญาจำเลยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ปกติจะต้องไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งเป็นประจำ จำเลยน่าจะรู้ดีว่าแต่ละพื้นที่กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์สามารถรับฟังได้แค่ไหนเพียงใด ที่จำเลยตกลงเข้าทำสัญญาเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 กับโจทก์ เห็นได้ว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาผูกพันกันตามสภาพที่กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์มีอยู่ในขณะทำสัญญา ดังนั้นการที่กำลังส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดบุรีรัมย์ที่จำเลยเช่าจากโจทก์ไม่สามารถส่งกระจายเสียงให้ประชาชนที่อยู่นอกเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์รับฟังได้ชัดเจนนั้นหาใช่สาระสำคัญถึงขนาดที่จะถือได้ว่าโจทก์ผิดสัญญา

จำเลยจึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อจำเลยไม่มีสิทธิเลิกสัญญาเช่นนี้ แม้จำเลยจะแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่โจทก์ก็หามีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยชอบอันจะทำให้สัญญาเลิกกันไม่จำเลยจึงต้องผูกพันตามสัญญาดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ชวลิต พรายภู่
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 13145/2558

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลแรงงานเท่านั้นเป็นผู้ซักถามพยานของฝ่ายโจทก์หรือของฝ่ายจำเลย หรือพยานที่ศาลแรงงานเรียกมาเอง โจทก์หรือจำเลยไม่มีสิทธิ…

Supreme Court Judgment No. 8001/2544

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบปฏิบัติผิดสัญญาจ้างออกแบบผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้สารกันน้ำซึม และฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงานปฏิบัติผิดสัญญาจ้างมิได้ตรว…

Supreme Court Judgment No. 3753/2540

ตามสัญญากู้ยืมจำเลยที่1มีหน้าที่จะต้องชำระดอกเบี้ยของเงินกู้ที่เบิกไปจากโจทก์ทุกวันทำการสิ้นเดือนของทุกเดือนหากผิดนัดชำระเงินงวดหนึ่งงวดใดถือว่าจำเลยที่1ผิดนัดในจำนวนหนี้ทั้งหมดโดยหนี้ทั้งหมดตามสัญญาเ…

Supreme Court Judgment No. 5565/2540

แม้หนังสือสัญญาว่าจ้างทำเฟอร์นิเจอร์ฉบับพิพาทจะได้กำหนดให้ทำเฟอร์นิเจอร์ส่งมอบแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2532 แต่ต่อมาโจทก์ในฐานะผู้รับจ้างกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างก็ได้ตกลงเลื่อนกำหนดวันส่งม…

Supreme Court Judgment No. 4379/2540

โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินมีโฉนด เนื้อที่ประมาณ3,400 ตารางวา ในราคา 18,360,000 บาท มีข้อตกลงว่า จำเลยทั้งสองจะต้องถมที่ดินทั้งแปลง ทำถนนลาดยางเข้าสู่ที่ดินจนถึงหน้าที่ดินที่จะซื้อขาย ปักเส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up