Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1467/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภรรยาของจำเลย ต่อมาได้ตกลงแยกกันอยู่ โดยจำเลยตกลงทำสัญญาแบ่งรายได้เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองที่จำเลยมอบภาระให้โจทก์ ในอัตราเศษหนึ่งส่วนสามของรายได้ประจำเดือนที่จำเลยได้รับจนกว่าบุตรทั้งสองคนจะบรรลุนิติภาวะ หรือจนกว่าโจทก์จะยอมหย่าขาดจากจำเลย เมื่อบุตรทั้งสองบรรลุนิติภาวะแล้วจำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ โดยถือเอาจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามข้อกำหนดในท้ายสัญญาท้ายฟ้องตลอดมาต่อมาจำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์เพียงเดือนละ1,200 บาทเท่านั้น ซึ่งจำเลยมีหน้าที่แบ่งรายได้ให้โจทก์หนึ่งในสามส่วนเป็นเงิน 1,860 บาท ไม่ครบตามข้อตกลง ขอให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์โดยแบ่งเงินรายได้ประจำเดือนให้โจทก์หนึ่งในสามส่วนเป็นเงิน 1,860บาททุกเดือน ดังนี้ ฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์ถือเอาอัตราและจำนวนเงินที่จำเลยเคยจ่ายให้โจทก์เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยอ้างข้อตกลงตามสัญญาแบ่งเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นหลักในการคำนวณจำนวนเงินที่จำเลยเคยจ่ายให้โจทก์เท่านั้น ไม่ใช่โจทก์นำสัญญาแบ่งรายได้เลี้ยงดูบุตรที่สิ้นผลบังคับแล้ว (เพราะบุตรบรรลุนิติภาวะ) มาฟ้องให้จำเลยต้องรับผิดไม่กรณีภรรยาฟ้องให้สามีจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ครบตามจำนวนที่เคยจ่ายให้ภรรยาอยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1594 ที่โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ไร้ทรัพย์สินและมิสามารถหาเลี้ยงตนเองได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาของจำเลย ต่อมาได้ตกลงแยกกันอยู่โดยจำเลยตกลงทำสัญญาแบ่งรายได้เป็นค่าเลี้ยงดูบุตรทั้งสองที่จำเลยมอบภาระให้โจทก์ ในอัตราเศษหนึ่งส่วนสามของรายได้ประจำเดือนที่จำเลยได้รับหลังจากหักค่าภาษีเงินได้และภาษีช่วยชาติออกแล้วจนกว่าบุตรทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ หรือจนกว่าโจทก์จะยอมหย่าขาดจากจำเลย และให้ถืออัตราส่วนแบ่งนี้ตลอดไปไม่ว่ารายได้ของจำเลยจะเปลี่ยนแปลงไปโดยประการใด เมื่อบุตรทั้งสองคนบรรลุนิติภาวะแล้ว จำเลยก็ได้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์โดยถือเอาจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามข้อกำหนดในสัญญาท้ายฟ้องตลอดมา ต่อมาจำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์เพียงเดือนละ 1,200 บาทเท่านั้น ซึ่งจำเลยมีหน้าที่แบ่งรายได้ให้โจทก์หนึ่งในสามของรายได้เป็นเงิน 1,860 บาท ไม่ครบตามข้อตกลง ขอให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,860 บาททุกเดือน จนกว่าโจทก์จำเลยจะหย่าขาดจากความเป็นสามีภรรยากัน

จำเลยให้การว่า ข้อตกลงยินยอมในการแบ่งรายได้เลี้ยงดูบุตรท้ายฟ้อง สิ้นผลบังคับเมื่อบุตรคนที่สองบรรลุนิติภาวะแล้ว แม้จำเลยยังไม่ยอมหย่าขาดจากโจทก์ เงื่อนไขบังคับหลังสำเร็จแล้วจำเลยไม่ต้องรับผิดตามข้อตกลงท้ายฟ้องอีกต่อไป ข้อตกลงนี้เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาตลอดเวลาที่จำเลยยังรับราชการตลอดไป บัดนี้จำเลยถูกปลดเกษียณแล้ว เป็นผลให้สัญญาสิ้นสุดลง โจทก์จะนำหนี้ในมูลสัญญาที่สิ้นผลบังคับแล้ว มาบังคับจำเลยไม่ได้ คำฟ้องของโจทก์นำเอาสัญญาท้ายคำฟ้องมาเป็นหลักแห่งข้อหา ซึ่งจำเลยไม่เคยตกลงใด ๆ กับโจทก์ แต่จำเลยยังยินดีส่งเสียตามข้อตกลงเรื่อยมาแม้สัญญาจะสิ้นผลบังคับแล้ว ต่อมาจำเลยปลดเกษียณ และไม่ได้ทำงานที่อื่นอีก ฐานะของจำเลยเปลี่ยนแปลงไป และจำเลยมีภาระหนี้สินที่จะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือน มีบุตรที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาอีก 2 คน จึงไม่สามารถส่งเสียโจทก์ในจำนวนเดิมได้ วันชี้สองสถาน

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าโจทก์ฟ้องจำเลยในมูลสัญญาที่สิ้นผลบังคับแล้ว โจทก์จะนำสัญญานี้มาฟ้องจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยาน แล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงความเป็นมาระหว่างโจทก์จำเลยและบุตร ตลอดจนจำเลยได้ทำสัญญาและแบ่งรายได้ให้โจทก์เป็นรายเดือนในอัตราหนึ่งในสามส่วนของรายได้สุทธิที่จำเลยได้รับเป็นค่าเลี้ยงดูบุตรสองคนของจำเลยที่อยู่กับโจทก์ จำเลยได้ปฏิบัติตามสัญญาตลอดมา ภายหลังที่บุตรทั้งสองบรรลุนิติภาวะแล้วจำเลยได้จ่ายเงินตามจำนวนเดิมให้โจทก์ตลอดมาจนจำเลยถูกปลดเกษียณซึ่งโจทก์ได้ถือเอาอัตราและจำนวนเงินที่จำเลยเคยจ่ายให้โจทก์เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ตามกฎหมาย ภายหลังที่จำเลยถูกปลดเกษียณแล้ว จำเลยได้จ่ายเงินให้โจทก์ลดจำนวนลง โจทก์ได้อ้างข้อตกลงตามสัญญาแบ่งเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นหลักในการคำนวณจำนวนเงินตามที่จำเลยเคยจ่ายให้โจทก์เท่านั้น

มิใช่โจทก์นำเอาสัญญาแบ่งรายได้เลี้ยงดูบุตรที่สิ้นผลบังคับแล้วมาฟ้องให้จำเลยต้องรับผิด กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1594 ที่โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ไร้ทรัพย์สิน และมิสามารถหาเลี้ยงตนเองได้ดังฎีกาของจำเลย คดียังมีประเด็นโต้เถียงกันต่อไปว่า จำเลยมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์จริงหรือไม่ และฐานะของจำเลยเปลี่ยนแปลงไปจริงหรือไม่อันเป็นเรื่องที่จะต้องฟังพยานโจทก์จำเลยต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · ชุ่ม สุนทรธัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5417/2552

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ผู้ให้เช่าคืนเงินประกันค่าเสียหายจากการใช้สถานที่เช่าเนื่องจากภายหลังครบกำหนดเวลาสัญญาเช่า โจทก์ผู้เช่าได้รื้อถอนแผ่นป้ายโฆษณาและโครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายโฆษณาออกจากที่เช่าเรีย…

Supreme Court Judgment No. 5473/2548

คำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า เมื่อปี 2538 จำเลยได้บุกรุกที่ดินของโจทก์ด้านที่ติดกับที่ดินของจำเลย และเมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดินของโจทก์ จำเลยได้ขัดขวางการรังวัด โดยอ้างว่าที่ดินบางส่วนเนื้…

Supreme Court Judgment No. 1440/2548

คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้วว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันจัดสรรที่ดินและให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีที่ว่างตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบค…

Supreme Court Judgment No. 5345/2546

คำฟ้องของโจทก์มีรายการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ย่อมเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ทนายโจทก์จะไม่ระบุเลขที่ใบอนุญาตว่าความไว้ในคำฟ้องเนื่องจากความหลงลืม แต่ทนายโจทก์ก็ได้ยื่นใบแต่งทนายความซึ่งระบุเลขใบอ…

Supreme Court Judgment No. 363/2546

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอันเป็นเหตุให้นายจ้างต้องใช้ค่าเสียหายแก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯมาตรา 49 หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาที่เหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up