Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1470/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อจำเลยให้การเถียงความหมายในการแปลสัญญาศาลจึงมีหน้าที่จะต้องชี้ขาดว่าสัญญานั้นมีความหมายว่าอย่างไร ถ้าหากสัญญามีข้อความชัดเจนเห็นความหมายได้แล้วศาลก็ย่อมตีความสัญญาไปตามนั้น หากถ้อยคำในสัญญาเป็นที่สงสัย ศาลก็อาจดำเนินการสืบพะยานถึงพฤตติการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนประเพณี เพื่อนำมาใช้ประกอบในการตีความนั้นได้ตามกรณี ดังที่ ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 94 ตอนท้ายอนุญาตไว้ มาตรา 11 ป.ม.แพ่ง ฯ ย่อมเป็นหลักในการแปลสัญญาจริง แต่มีความหมายเพียงว่าเมื่อศาลได้พิเคราะห์ถึงเหตุผลและพฤตติการณ์อันจะนำมาประกอบการแปลหมดแล้ว กรณียังมีข้อสงสัยอยู่ จึงให้ตีความไปตามหลักที่กล่าวในมาตรา 11 แต่ไม่ได้หมายความว่า ศาลจะใช้มาตรา 11 แปลสัญญาโดยไม่เหลียวแลถึงเหตุผลและพฤตติการณ์ประกอบสัญญานั้นเสียเลย เมื่อถ้อยคำในสัญญายังเป็นที่สงสัยและศาลล่างสั่งงดสืบพะยานมาศาลฎีกามีอำนาจให้ศาลล่างพิจารณาพิพากษาใหม่.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนขายที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา คิดเฉลี่ยตามที่โจทก์ปลูกเรือนอยู่แล้ว ๘ เมตร ราคา ๑๗๒๘ บาท

จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญากับโจทก์จริง แต่สำเนาสัญญาท้ายฟ้องจะตรงกับต้นฉะบับหรือไม่ จำเลยขอสงวนไว้ปฏิเสธตอนเห็นต้นฉะบับ โจทก์จะเอาที่ดินไม่ตรงตามสัญญา ไม่ใช่ความผิดของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งทำแผนที่วิวาทเสร็จแล้วสั่งงดสืบพะยาน พิพากษาให้จำเลยขายเพียงเนื้อที่ดินที่โจทก์ปลูกเรือนภายในเส้นสีเหลืองในแผนที่วิวาท กว้าง ๘ เมตร ๘๕ เซ็นติเมตร ยาว ๑๓ เมตร ๔๖ เซ็นติเมตร กับหน้าชานตัวเรือนใหญ่กว้าง ๑ เมตร ๑๑ เซ็นติเมตร ยาว ๓ เมตร ๖๐ เซ็นติเมตร

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา,

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องข้อ ๓ โจทก์กล่าวว่าโจทก์ได้มีหนังสืออ้อนวอนให้จำเลยโอนขายที่ดินให้ตามสัญญา คือ ทิศเหนือ ๘ เมตร ทิศตะวันออก ๖๒ เมตร ทิศตะวันตก ๖๒ เมตร โดยคิดเฉลี่ยตามราคาที่ซื้อจากนายหยัดเมตรละ ๑๖๖ บาท เนื้อที่ ๘ เมตรที่โจทก์ปลูกเรือนแล้ว คิดเป็นเงิน ๑๓๒๘ บาทเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์อ้างว่าตามสัญญาจำเลยจะต้องขายให้เป็นเนื้อที่ ดังนั้นจำเลยให้การเถียงความหมายในการแปลสัญญา ศาลจึงมีหน้าที่ต้องชี้ขาดตามสัญญาว่ามีความหมายว่าอย่างไรถ้าหากตัวสัญญามีข้อความชัดเจน เป็นความหมายได้แล้วศาลก็ย่อมตีความสัญญาไปตามนั้น หากถ้อยคำในสัญญาเป็นที่สงสัย ศาลก็อาจดำเนินการสืบพะยานตามพฤตติการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนประเพณี เพื่อมาใช้ประกอบในการตีความนั้นได้ตามกรณี

ดัง ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๙๔ วรรคท้ายอนุญาตไว้ เพราะไม่ใช่การสืบเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติม ตัดทอนเอกสารที่ห้ามไว้ในตอนต้น มาตรา ๑๑ ป.ม.แพ่ง ฯ ย่อมเป็นหลักในการแปลสัญญาจริง +ความหมายเพียงว่า เมื่อศาลได้พิเคราะห์ถึงเหตุผล และพฤตติการณ์อันจะนำมาประกอบการแปลแล้ว กรณียังมีข้อสงสัยอยู่ จึงให้ตีความไปตามหลักที่กล่าวในมาตรา + แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลจะใช้มาตรา ๑๑ แปลสัญญาโดยไม่เหลียวแลถึงเหตุผลและพฤตติการณ์ประกอบสัญญานั้นเสียเลย ศาลฎีกาได้พิจารณาสัญญาตามสำเนา+ฟ้องแล้ว เห็นมีข้อสงสัยอยู่ ในการแปลสัญญานี้ ชอบที่ศาลจะได้ฟังพะยานหลักฐานของคู่ความเพื่อประกอบการแปล

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามรูปความ แล้วพิพากษาใหม่

Matter details

Panel of judges
จำรูญเนติศาสตร์ · ปรีชาวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์
Lower court
ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสอาด สุจริตพงศ์
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตนพจนาท.
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 465/2549

ฎีกาของจำเลยที่ว่า ข้อเท็จจริงจากการสืบพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่อาจรับฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงิน จึงเป็นกรณีที่มีข้อสงสัยซึ่งต้องตีความและวินิจฉัยไปในทางที่เป็นคุณแก่จำเลย…

Supreme Court Judgment No. 2762/2549

โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญาให้จำเลยกู้ยืมเงิน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 180,000 บาท โดยสัญญากู้ยืมเงินแต่ละฉบับตกลงให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน แต่ในสัญญากู้ยืมเงินทั้งสองฉบับระบุว่า โจทก์…

Supreme Court Judgment No. 6509/2545

จำเลยทำใบคำเสนอขอสินเชื่อจากธนาคารโจทก์โดยตกลงจะชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี และในวันเดียวกัน จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้แก่โจทก์ โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ซึ่งจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 1114/2533

ข้อความในสัญญาที่ว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะ ผู้จำนำ ยอม รับผิดในฐานะ ลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 นั้น หมายความเพียงว่าจำเลยที่ 2จะยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมภายในวงเงินที่นำทรัพย์สินมาจำนำเป็นประกันหนี้เท่านั้น…

Supreme Court Judgment No. 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up