Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1573/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นข้าราชการสังกัดหน่วยงานของผู้ร้อง หลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และมี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยเป็นข้าราชการสังกัดหน่วยงานของผู้ร้อง หลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และมีคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขออายัดเงินซึ่งอ้างว่าจำเลยมีสิทธิได้รับบำเหน็จจากผู้ร้อง เพื่อรวบรวมไว้ในกองทรัพย์สิน ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ดังนั้นแม้ผู้ร้องได้ส่งเงินดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยมิได้ปฏิเสธสิทธิเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 119 ก็ไม่ถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้กองทรัพย์สินตามจำนวนที่แจ้งไปเป็นการเด็ดขาด เพราะกรณีไม่เข้าข่าย มาตรา 119 การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรวบรวมเงินบำเหน็จ ของจำเลยได้นั้น

ต้องได้ความว่าจำเลยมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ จากผู้ร้อง เมื่อปรากฏว่าจำเลยได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และผู้ร้องได้มีคำสั่งให้ไล่จำเลยออกจากราชการ ซึ่งมีผลให้จำเลย ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่นฯ เงินบำเหน็จที่ผู้ร้องส่งให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ได้ตาม มาตรา 109 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ไม่มีอำนาจจัดการเก็บรวบรวมและรับเงินไว้ตาม มาตรา 22 และต้องคืนเงินดังกล่าวให้ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406ผู้ร้องร้องว่าคดีนี้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขออายัดเงินบำเหน็จของจำเลยต่อผู้ร้อง และผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้ออกคำสั่งให้จ่ายเงินบำเหน็จของจำเลยให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ต่อมาผู้ร้องได้มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอคืนเงินดังกล่าวเนื่องจากจำเลยไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่คืนเงิน จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระงับการแบ่งทรัพย์สินของจำเลยไว้จนกว่าผู้ร้องพิจารณาลงโทษทางวินัยจำเลยเสร็จ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คืนเงินดังกล่าวแก่ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนเงินบำเหน็จดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ระงับการแบ่งทรัพย์สิน และให้คืนเงินบำเหน็จแก่ผู้ร้อง

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหน้าที่ต้องคืนเงินจำนวน 110,625 บาท แก่ผู้ร้องหรือไม่ ผู้คัดค้านฎีกาว่าเมื่อผู้ร้องส่งเงินบำเหน็จตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขออายัดมาให้ผู้คัดค้านโดยมิได้โต้แย้งหรือสงวนสิทธิในการเรียกร้องไว้ จึงเท่ากับผู้ร้องยอมรับว่าผู้ร้องเป็นหนี้ตามคำขออายัดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยเด็ดขาดแล้วผู้ร้องไม่อาจที่จะเรียกร้องให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวนดังกล่าวได้อีกเพราะกรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติในมาตรา 406 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เห็นว่าการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขออายัดเงินบำเหน็จของจำเลยไปยังผู้ร้องและแสดงเจตนาขอรับเงินบำเหน็จแทนจำเลยด้วยนั้นตามคำเบิกความของนายมนัส

แจ่มจรรยา หัวหน้าสำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 ได้ความว่าเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 โดยเฉพาะ ไม่ใช่เป็นการแจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลซึ่งจำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามจำนวนที่ได้แจ้งไปแก่จำเลยตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวดังนั้นการที่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติสิทธิเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขออายัดและแสดงเจตนาขอรับเงินบำเหน็จของจำเลยมายังผู้ร้องภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้ก็ไม่ถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้ของกองทรัพย์สินของจำเลยอยู่ตามจำนวนที่แจ้งไปเป็นการเด็ดขาดแล้วเพราะกรณีไม่เข้าข่ายมาตรา 119 ตามที่กล่าวแล้ว

การที่จำเลยจะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือไม่ก็ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช 2500 เพราะจำเลยเป็นข้าราชการสังกัดเทศบาลเมืองพิษณุโลก การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สินจะรวบรวมเงินบำเหน็จของจำเลยได้นั้น ต้องได้ความว่าจำเลยมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากผู้ร้อง แต่คดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงในเวลาต่อมาว่าจำเลยได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและผู้ร้องได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2527 ให้ไล่จำเลยออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2525 โดยยกเลิกคำสั่งของผู้ร้องที่ 139/2525 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2525 ที่อนุญาตให้จำเลยลาออกจากราชการ ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.2 ซึ่งมีผลให้จำเลยไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น

พุทธศักราช 2500 มาตรา 11 เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ เงินบำเหน็จดังกล่าวจึงไม่เป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483มาตรา 109 เพราะไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจจัดการเก็บรวบรวมและรับเงินตามมาตรา 22 ผู้ร้องย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 110,625 บาท ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่ผู้ร้องนั้นชอบด้วยรูปคดีแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 693670)

หากการโอนหุ้นอันเป็นทรัพย์สินของผู้ร้องที่ 1 ที่มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 109 (1) ฝ่าฝืนข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคหนึ่ง ผ…

Supreme Court Judgment No. 699/2562

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร…

Supreme Court Judgment No. 1570/2556

การฟ้องคดีล้มละลายเป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั่วไป เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวที่มีอำ…

Supreme Court Judgment No. 6374/2552

แม้ผู้ถูกทวงหนี้มิได้ปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นหนี้เด็ดขาดตามกฎหมาย และต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นำสิทธิเรีย…

Supreme Court Judgment No. 7966/2544

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอำนาจเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่จำเลยหรือซึ่งจำเลยมิสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตาม พ.ร.บ. ล้มละลา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up