Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 159/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อตามคำพิพากษากำหนดให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นรายเดือนจำเลยจึงไม่ต้องชำระหนี้ให้โจทก์ทั้งหมดในทันที เพียงแต่ต้องชำระให้เฉพาะงวดที่ถึงกำหนดเท่านั้น ดังนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีสิทธิอายัดและยึดถือเงินบำเหน็จของ จำเลยในส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้เปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชายสวัสดิ์ ไกรแสงศรี จากจำเลยเป็นโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายสวัสดิ์ให้แก่โจทก์เดือนละ 1,500 บาทนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าเด็กชายสวัสดิ์จะบรรลุนิติภาวะ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินบำเหน็จของจำเลยไปยังองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยได้คำนวณหนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ1,500 บาท นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคือวันที่ 20 เมษายน 2532จนกว่าเด็กชายสวัสดิ์จะบรรลุนิติภาวะ คือวันที่ 6 มกราคม 2539พร้อมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีรวมเป็นเงินจำนวน 125,662 บาท

ต่อมาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้ส่งเงินตามคำสั่งอายัดแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเงิน 91,017.09 บาทจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นรายเดือน เดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันที่ 20 เมษายน 2532เป็นต้นไปจนกว่าเด็กชายสวัสดิ์จะบรรลุนิติภาวะ คือวันที่ 6มกราคม 2539 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีคิดหนี้ของโจทก์เป็นเงิน125,662 บาท เป็นการคิดหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแล้วในปัจจุบันและหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระในอนาคต โดยหนี้ในอนาคตจำเลยยังไม่มีหน้าที่ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษา การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินบำเหน็จของจำเลยทั้งหมดจำนวน 91,684.20 บาท เป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหมายบังคับคดีของศาล

ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนเงินจำนวน 73,684.20 บาท แก่จำเลย หรือขอให้เพิกถอนการอายัดเงินทั้งหมด และให้จำเลยรับเงินจำนวน 91,684.20 บาทไปจากเจ้าพนักงานบังคับคดีโจทก์ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า จำเลยจะต้องชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาคิดเป็นเงินจำนวน 125,662 บาท แต่จำเลยได้ลาออกจากการเป็นพนักงานขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และคงมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจำนวน 91,684.20 บาท ไม่เพียงพอกับหนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามคำพิพากษา การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินบำเหน็จไว้ทั้งหมดจึงชอบแล้วส่วนโจทก์มีสิทธิที่จะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวเมื่อใดอยู่ในดุลพินิจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะจ่ายให้โจทก์เป็นครั้งคราวไป และเงินบำเหน็จจำนวนนี้ก็ไม่เป็นเงินที่จำเลยจะได้รับจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเป็นงวด

ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(3) ขอให้ยกคำร้องของจำเลยเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานการบังคับคดีว่าหากเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อายัดเงินบำเหน็จของจำเลยตามที่โจทก์ร้องขอ โจทก์อาจไม่ได้รับชำระหนี้ตามหมายบังคับคดีจากจำเลย เนื่องจากโจทก์แถลงว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดอีกประกอบกับพฤติการณ์ที่จำเลยไม่เคยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงได้อายัดเงินบำเหน็จของจำเลยไปเป็นจำนวนเงิน 125,662 บาท ตามหมายบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้งดการจ่ายเงินให้โจทก์ไว้เพื่อรอคำสั่งศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีสิทธิอายัดเงินทั้งจำนวนมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ไม่ต้องคืนเงินที่อายัดให้แก่จำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนพิพากษาแก้เป็นว่าให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินบำเหน็จของจำเลยมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ตามงวดที่ถึงกำหนดชำระแล้ว

ส่วนที่เหลือให้ถอนการอายัดโจทก์ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "คำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้กำหนดให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายสวัสดิ์ให้แก่โจทก์เดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าเด็กชายสวัสดิ์จะบรรลุนิติภาวะ จากคำพิพากษาดังกล่าวเห็นได้ว่า จำเลยไม่จำต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายสวัสดิ์ให้แก่โจทก์ทั้งหมดในทันที แต่ต้องแบ่งชำระให้โจทก์เป็นงวดรายเดือนเฉพาะงวดที่ถึงกำหนดชำระแล้วเท่านั้น ดังนั้น หนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายสวัสดิ์สำหรับงวดยังไม่ถึงกำหนดที่จำเลยจะต้องชำระให้โจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีสิทธิที่จะยึดถือเงินบำเหน็จของจำเลยที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจัดส่งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีตามหนังสืออายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้เพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนพิพากษาให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินบำเหน็จของจำเลยมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ตามงวดที่ถึงกำหนดชำระแล้ว ส่วนที่เหลือให้ถอนการอายัด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พรชัย สมรรถเวช · บุญส่ง วรรณกลาง · พินิจ ฉิมพาลี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6083/2553

ในขณะที่จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนางหรือนางสาว ว. จำเลยในคดีอาญาของศาลแขวงธนบุรี จำเลยนำหนังสือรับรองยอดเงินฝากประจำของธนาคารผู้คัดค้าน ซึ่งระบุยืนยันว่าจะไม่ให้มีการถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวจนก…

Supreme Court Judgment No. 15901/2553

เมื่อหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธิบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ หากทรัพย์สินดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในความรับผิดแห่งก…

Supreme Court Judgment No. 3379/2549

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสืออายัดเงินค่าเช่าที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิจะได้รับจากผู้คัดค้านไปยังผู้คัดค้าน เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะดำเนินการได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 311 วรรคสอง ถ้าค…

Supreme Court Judgment No. 2098/2545

แม้พระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ มาตรา 42 วรรคสอง จะกำหนดว่าในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้นก็ตาม แต่เงินค่าหุ้นที่จำเลยที่ 1 ซ…

Supreme Court Judgment No. 959/2537

บทมาตราที่เรียงต่อกันมาเท่านั้น มิได้หมายความจำกัดว่า จะต้องทำการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก่อนแล้วจึงจะอายัดสิทธิเรียกร้องได้ การที่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและจ่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up