Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1732/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมูลละเมิดแยกกันมาเป็นส่วนสัดในสำนวนเดียวกัน โดยโจทก์ที่ 1 ฟ้องเรียกค่าซ่อมรถยนต์มามีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ชนะคดี ยกฟ้องโจทก์ที่ 3 และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้เพียงโจทก์ที่ 2 ชนะคดี โดยยกฟ้องโจทก์ที่ 1 เสียด้วย ดังนี้ ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษากลับสำหรับคดีเฉพาะโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้รับประกันภัยซึ่งได้ชำระค่าซ่อมรถยนต์คันที่รับประกันภัยไว้แก่ผู้รับซ่อมไป เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาประกันภัยเพื่อประโยชน์ของเจ้าของรถยนต์ผู้เอาประกันภัย จึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าซ่อมรถได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข.ก.๐๗๘๕๗ โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว โดยโจทก์ที่ ๓ เป็นผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ช.ย. ๐๑๓๖๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๒ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทชนรถยนต์คันอื่นพุ่งมาชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ที่ ๒ ได้รับความเสียหายเสียค่าซ่อมรวมกับดอกเบี้ยเป็นเงิน ๓๗,๓๘๗ บาท โจทก์ที่ ๑ ออกเงินค่าซ่อมแซมไปแล้วจึงรับช่วงสิทธิมาฟ้อง รถยนต์ของโจทก์ที่ ๒ เสื่อมสภาพและโจทก์ที่ ๒ ต้องขาดรายได้ในการใช้รถรวมกับดอกเบี้ยเป็นเงิน ๕๓,๗๕๐ บาทและโจทก์ที่ ๓ ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียค่ารักษาพยาบาลกับค่าขาดประโยชน์รวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงิน ๑๕,๐๕๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่าโจทก์ที่ ๑ สมยอมจ่ายค่าซ่อมแซมรถไปโดยรู้ว่าไม่ต้องรับผิด จึงไม่ได้รับช่วงสิทธิและไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ที่ ๒ ไม่ใช่ผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุจึงไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุเกิดจากความประมาทของรถยนต์ฝ่ายโจทก์รถยนต์ของโจทก์เสียหายไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ซ่อมแล้วไม่เสื่อมสภาพและค่าขาดประโยชน์ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๓ ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ ๑ แล้ว จึงไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๓๔,๗๗๙ บาท และให้โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๒๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องโจทก์ที่ ๓

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ เสียด้วย โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่า โจทก์ที่ ๑ ฟ้องเรียกค่าซ่อมรถยนต์เป็นเงิน ๓๗,๓๘๗ บาทซึ่งทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสามฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมูลละเมิดแยกกันมาเป็นส่วนสัดในสำนวนเดียวกัน เฉพาะโจทก์ที่ ๑ ฟ้องเรียกร้องมามีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ ๑ ชนะคดี โดยให้จำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๓๔,๗๗๙ บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ ๑ ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษากลับสำหรับคดีเฉพาะโจทก์ที่ ๑ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ ๑ นั้นโจทก์ฟ้องว่า

โจทก์ที่ ๑ ได้รับช่วงสิทธิจากบริษัทเชสแมนฮัตตันอินเวสเมนท์ จำกัด ผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยมาฟ้องและโจทก์ที่ ๑ ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในเหตุวินาศภัยที่ได้เกิดขึ้นแก่ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ดังที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว และได้ความว่าบริษัทเชสแมนฮัตตันอินเวสเมนท์ จำกัด เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข.ก.๐๗๘๕๗ บริษัทเชสแมนฮันตตันอินเวสเมนท์ จำกัด จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงกับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข.ก.๐๗๘๕๗ การที่โจทก์ที่ ๑ชำระเงินค่าซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดขอนแก่น ช.ทวีผู้รับซ่อมไปเป็นเงิน ๓๔,๗๗๙ บาท เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาประกันภัย เพื่อประโยชน์ของบริษัทเชสแมนฮัตตันอินเวสเมนท์ จำกัด ผู้เอาประกันภัยจึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องจำเลยทั้งสองได้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๓๔,๗๗๙ บาท พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · ประพันธ์ ผลฉาย
Lower court
ศาลแพ่ง - นายก้าน อันนานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายถาวร ตันตราภรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1930/2538

ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาของจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องมีเพียง 194,114.18 บาทจึงไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248วร…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 8951/2561

โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันมีความผูกพันในอันจะต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระ และโจทก์ได้เข้าชำระหนี้นั้นแล้ว โจทก์จึงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยรวมถึงเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกห…

Supreme Court Judgment No. 11027/2558

ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเมื่อพ…

Supreme Court Judgment No. 10008/2558

จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์บุตรจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์ที่ อ. ขับซึ่งเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนทำบันทึกตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า อ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up