คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ ๑ โดยศาลทหารกรุงเทพฯ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ รวม ๔ กะทง กะทงแรกให้จำคุก ๒ ปี อีก ๓ กะทงจำคุกกะทงละ ๑ ปี ผิดตามมาตรา ๒๒๕ (๑) ฐานปลอมหนังสือสำคัญ จำคุก ๑ ปีผิดฐานทำลายซ่อนเร้นหนังสือสำคัญในราชการตามมาตรา ๑๒๙ ให้จำคุก ๓ เดือน รวมโทษ ๖ กะทง เป็น ๖ ปี ๓ เดือน
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลทหารกลางพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ ผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกตามมาตรา ๑๓๑ เพียง ๑ กะทง ให้จำคุก ๒ ปี นอกนั้นยืนตามศาลทหารกรุงเทพฯ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกตามมาตรา ๑๓๑ นั้นศาลทหารกลางพิพากษาบทกฎหมายที่ศาลชั้นต้นวางโทษไว้ ๔ กะทง เหลือแต่เพียงกะทงเดียว เรียกว่าแก้ไขมาก เพราะแก้ทั้งบทและกำหนดโทษเรียกว่าแก้ไขมาก เพราะแก้ทั้งบทและกำหนดโทษจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้ส่วนในข้อหาอื่นฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในเรื่องยักยอกแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริง
Result
จึงพิพากษายืน