Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1822/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลมีคำสั่งเรียกเอกสารของโจทก์ซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 และเอกสารเหล่านั้นเป็นที่มาของรายการรายได้ที่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 อ้างว่ามีจำนวนสูงกว่ารายได้ที่โจทก์แสดงไว้ในแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี แต่จำเลยมิได้ส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาถึงความถูกต้องโอย อ้างว่าหาไม่พบโดยไม่มีเหตุผล ทั้ง ๆ ที่เอกสารเหล่านั้นไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยผู้ทำรายการรายได้ที่อ้างว่ารวบรวมจากเอกสารดังกล่าวก็ไม่ได้มาเบิกความรับรองว่าถูกต้องตรงกับต้นเรื่อง จึงไม่อาจรับฟังได้ว่ารายการรายได้ดังกล่าวเป็นความจริงและถูกต้อง และโจทก์ยื่นรายการเสียภาษีต่ำกว่ารายได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่มีอำนาจที่จะประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มขึ้นตามที่แจ้งการประเมิน.

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 19 ป.รัษฎากร Section 20 ป.รัษฎากร Section 87 ป.วิ.พ. Section 123 ป.รัษฎากร Section 67

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานของจำเลยตรวจสอบภาษีของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2515-2518 และได้รับมอบบัญชีและเอกสารของโจทก์ไปแล้ว ต่อมาโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานของจำเลยเรียกเก็บภาษีการค้าสำหรับเดือนสิงหาคม - ธันวาคม 2518 และเดือนมกราคม - ธันวาคม 2517 เป็นเงิน 10,145.97 บาท และ 32,452.03 บาทตามลำดับและเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีปี2515 และ 2518 เป็นเงิน 83,629.38 บาท และ 138,587.28 ตามลำดับโจทก์ไม่เข้าใจว่าเจ้าพนักงานของจำเลยนำยอดเงินรายการใดจากสมุดบัญชีหรือเอกสารรายใดมาคำนวณภาษีให้โจทก์ชำระเพิ่มเติมเจ้าพนักงานของจำเลยไม่สามารถชี้แจงให้โจทก์ทราบได้ โจทก์ขอดูสมุดบัญชีและเอกสารที่ส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานของจำเลยก็ได้รับแจ้งว่าหาไม่พบ

การประเมินดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องและคลุมเครือโจทก์อุทธรณ์การประเมินแล้ว ต่อมาได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ชำระภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลถูกต้องแล้ว ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจำเลยให้การว่า เจ้าพนักงานของจำเลยได้ตรวจสอบการชำระภาษีอากรประจำปี 2515-2520 ของโจทก์แล้ว มีเหตุผลเชื่อว่าโจทก์เสียภาษีไว้ไม่ถูกต้อง โดยแสดงรายรับจากการจ้างทำของขาดไป และเงินได้สุทธิตามแบบ ภ.ค.4 ที่โจทก์ยื่นแสดงไว้มีมากกว่าเงินได้ตามแบบ ภ.ง.ด.5ของโจทก์ จึงประเมินภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมรวมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามฟ้อง การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว

ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์นั้น เป็นกรณีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ได้เรียกตรวจสอบบัญชีและเอกสารต่าง ๆของโจทก์ เอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งให้เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 นั้นปรากฏตามรายการในใบรับบัญชีและเอกสาร เอกสารหมาย ล.1 ลำดับที่ 87และ 100 เมื่อเจ้าพนักงานได้ตรวจสอบเอกสารที่โจทก์ส่งให้แล้วได้รวบรวมตัวเลขต่าง ๆ จากเอกสารของบัญชีที่โจทก์ส่งมอบให้แล้วทำรายละเอียดไว้ตามเอกสารหมาย ล.1 ลำดับที่ 64 ถึง 79 ข้อที่จะต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นก็คือ รายรับของโจทก์ที่ปรากฏในเอกสารที่โจทก์ส่งมอบให้เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 นั้น

สูงกว่ารายรับที่โจทก์ยื่นเสียภาษีไว้หรือไม่อย่างไร ในปัญหานี้ในชั้นที่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 เรียกให้โจทก์ไปชี้แจงนั้นได้ความจากคำเบิกความของนางเพชรรัตน์ ปิยะรัตนพิพัฒน์ และนางนิลุบล อังศโวทัย พยานโจทก์ว่าเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งให้จำเลยนั้น เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1นำมาให้ตรวจสอบไม่ได้ คงให้แต่นางนิลุบล รับทราบตัวเลขที่เจ้าพนักงานทำขึ้นเท่านั้น และในชั้นพิจารณาของศาลเมื่อโจทก์ขอคำสั่งเรียกเอกสารตามรายการที่ระบุไว้ในเอกสารหมาย ล.1 ลำดับที่ 87 ไปยังจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ก็ส่งให้ไม่ได้โดยอ้างว่ายังหาไม่พบตามหนังสือของกรมสรรพากรลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2531 (สำนวนอันดับที่ 25) และในที่สุดก็ไม่มีเอกสารดังกล่าวเข้าสู่สำนวน

เอกสารต่าง ๆดังที่กล่าวนั้นอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 และมิใช่เอกสารจำนวนเล็กน้อยเพราะประกอบด้วยใบขนถ่ายสินค้าถึง 3 แฟ้ม และเอกสารเหล่านี้เป็นที่มาของรายได้ที่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 อ้างว่ามีจำนวนสูงกว่าที่โจทก์แสดงไว้ในแบบยื่นแสดงรายการเพื่อเสียภาษีการที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏให้เห็นความเป็นจริงว่าจะเป็นดังที่โจทก์อ้างหรือเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 อ้างนั้น จะต้องฟังจากเอกสารเหล่านั้นอันอยู่ในความครองครองของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1ก็มิได้ส่งเอกสารเหล่านั้นมาเพื่อเป็นพยานให้ศาลพิจารณาถึงความถูกต้องแท้จริงว่าการจะเป็นไปในทางใด ที่อ้างว่าหาไม่พบนั้นก็ไม่มีเหตุผลมาแสดงว่าเป็นเพราะเหตุใด รายการรายใดของโจทก์ตามเอกสารหมาย

ล.1 ลำดับที่ 64 ถึง 79 ที่นางจิราพร สุริยาศศินเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 อ้างว่าทำขึ้นโดยได้รวมรวบตัวเลขต่าง ๆจากเอกสารทางบัญชีที่โจทก์ส่งให้จำเลยที่ 1 รวมทั้งใบขนถ่ายสินค้าที่โจทก์ส่งมอบให้ และนำมาแสดงว่าโจทก์มีรายได้มากกว่าที่ยื่นเสียภาษีไว้นั้น อาจจะเกิดการผิดพลาดในเรื่องตัวเลขหรือในเรื่องรายการ นอกจากนั้นตามคำเบิกความของนางจิราพรก็ได้ความว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเป็นผู้รวบรวม เจ้าหน้าที่ผู้รวบรวมนั้นมีความรู้ในทางบัญชีหรือไม่เพียงใดหรือมีผู้ที่มีความรู้ในทางบัญชีได้ทำการตรวจสอบหรือไม่ ก็ไม่ปรากฏจากการนำสืบของจำเลยเอกสารหมาย ล.1 ลำดับที่ 64 ถึง 79 นั้น คงมีแต่ตัวเลขของรายการทั้งผู้ที่ทำเอกสารดังกล่าวก็ไม่มีมาเบิกความรับรองความถูกต้องแท้จริงว่าถูกต้องตรงกับเอกสารต้นเรื่อง

การกระทำเช่นนี้ถ้าฟังเอาว่าเป็นความจริงและถูกต้องแล้วก็จะทำให้มีการเอาเปรียบโดยการปกปิดข้อมูลในเอกสารต้นเรื่อง เป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายหนึ่งกล่าวอ้างขึ้นมาโดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีโอกาสโต้แย้งเป็นอย่างอื่นเมื่อพิจารณาถึงว่าตัวเลขรายได้ในงบดุลของโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.1อันดับที่ 92, 97, 130, 139 และ 149 มิได้มีตัวเลขสูงกว่าที่โจทก์แสดงไว้ในแบบรายการเพื่อเสียภาษีข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามคำเบิกความของนางเพชรรัตน์พนักงานบัญชีของโจทก์ว่า การชำระภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ถูกต้อง ที่เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1อ้างว่า โจทก์มีรายได้สูงกว่าจำนวนที่แสดงไว้ในแบบแสดงรายการเสียภาษีนั้นไม่อาจรับฟังได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์มิได้ยื่นรายการเสียภาษีต่ำกว่ารายได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่มีอำนาจที่จะประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มขึ้นตามที่แจ้งการประเมินไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นอีก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าเลขที่ ต.81037/3/04484 และ ต.8 1037/3/04485 แบบคำสั่งให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มเลขที่ ต.8/1037/2/03359 และต.86 1037/2/03361 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ 118/2531, 119/2531.

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · เดชา สุวรรณโณ · สวิน อักขรายุธ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7055/2544

กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 67 ทวิ (1) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) โดยประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ซึ่งไ…

Supreme Court Judgment No. 956/2544

บริษัทโจทก์ลงบัญชีย่อยหรือลูกหนี้อื่น ๆ ชื่อบัญชีบริษัท ฟ. รับรู้รายได้ในเดือนสิงหาคม ตุลาคม และพฤศจิกายน 2532 รวมเป็นเงิน 2,879,913 บาทเท่ากับค่าจ้างทำของที่โจทก์ได้ทำสัญญาตกแต่งภายในให้แก่บริษัท ฟ.…

Supreme Court Judgment No. 8315/2543

โจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2531 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2531 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2531 และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2531 ถึงว…

Supreme Court Judgment, B.E. 2534 (ref. 18613)

เจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกโจทก์ครั้งเดียวภายในกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการการค้า และเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งประเมินให้โจทก์ชำระภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในกำหนด 10 ป…

Supreme Court Judgment No. 6447/2560

ป.รัษฎากร มาตรา 19 มิได้กำหนดว่า การออกหมายเรียกเกินกว่าสองปี นับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ เจ้าพนักงานประเมินจะต้องขออนุมัติขยายเวลาการออกหมายเรียกดังกล่าวภายในสองปี นับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ ดังนั้น เมื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up