คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 91 และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯจำเลยให้การปฏิเสธในข้อหาฆ่าผู้อื่น ส่วนข้อหาอื่นให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบด้วยมาตรา 72 และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ระกอบกับมาตรา 72 นั้น คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวน
จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงและตีผู้ตายจนถึงแก่ความตายจริง โดยมิได้อ้างเหตุในเรื่องป้องกันตัวขึ้นต่อสู้ ในชั้นพิจารณาจำเลยก็เบิกความรับข้อเท็จจริงดังกล่าวและรับด้วยว่าจำเลยได้ลงชื่อไว้ในคำให้การชั้นสอบสวนจริง ศาลชั้นต้นก็ได้ยกเอาคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนขึ้นมารับฟังประกอบการวินิจฉัยคดีด้วยดังนี้ ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว และการที่ศาลลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพราะจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะแล้วนั้น ก็ไม่มีกฎหมายใดห้ามมิให้ศาลลดโทษให้จำเลยในกรณีที่มีเหตุบรรเทาโทษในประการอื่นอีกที่โจทก์ฎีกาว่า ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยและลดโทษให้จำเลยโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบนั้นเห็นว่าแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวก็ตามแต่เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นอันทำให้คดีต้องขึ้นไปสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์แล้ว หากศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษแก่จำเลยเพราะจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดทั้งสองฐานนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและลดโทษให้แก่จำเลยได้พิพากษายืน