Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2039/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในระหว่างสมรสของโจทก์จำเลย จำเลยได้ที่ดินโฉนดที่ 4084และ 4198 โดย ผ. ยกให้โดยเสน่หาระบุว่าให้เป็นสินส่วนตัวกับได้ที่ดินโฉนดที่ 5191 โดย ผ. ทำพินัยกรรมยกให้และระบุให้เป็นสินส่วนตัวเช่นเดียวกัน ต่อมา ล. อ้างว่าที่ดินดังกล่าวไม่ใช่ของ ผ. แต่เป็นของภรรยาซึ่งเป็นบุตรของ น. และฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งกับแจ้งความกล่าวหาจำเลยทางอาญาหลายคดี ในที่สุด ล. กับจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหนึ่งซึ่งศาลพิพากษาตามยอมมีใจความสำคัญว่า ให้จำเลยได้ที่ดินโฉนดที่ 1176 และให้ ล. ได้ที่ดินโฉนดที่ 5191 ส่วนที่ดินโฉนดที่ 4198 และ 4084 นั้น จำเลยตกลงโอนให้ ล. โดย ล. ต้องจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให้ 3,100,000 บาท ดังนี้ต้องถือว่าที่ดินโฉนดที่ 4084 และ 4198 กับโฉนดที่ 5191 เดิมเป็นที่ดินที่จำเลยได้รับมาเป็นสินส่วนตัว แม้จำเลยจะทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ ล. ดังกล่าว ก็เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างจำเลยกับ ล. ในคดีนั้นซึ่งมีประเด็นเพียงว่าที่พิพาทเป็นของ ผ. และ ย. มีอำนาจยกให้จำเลยหรือไม่เท่านั้นไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะของทรัพย์ยังต้องถือว่าที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของจำเลยอยู่นั่นเอง และเมื่อจำเลยต้องโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินอันเป็นสินส่วนตัวทั้งสามแปลงนั้นให้แก่ ล. ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเหตุให้จำเลยได้มาซึ่งที่ดินโฉนดที่ 1176 กับมีสิทธิได้เงินค่าตอบแทน 3,100,000 บาท ก็ต้องถือว่าที่ดินและเงินค่าตอบแทนดังกล่าวเข้ามาแทนที่ที่ดินทั้งสามแปลง อันเป็นสินส่วนตัวของจำเลยซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการขายหรือแลกเปลี่ยนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1465(1) ดังนั้น ที่ดินโฉนดที่ 1176 กับเงินค่าตอบแทน 3,100,000 บาท ซึ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลย หาใช่สินสมรสระหว่างโจทก์จำเลยไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสกัน จำเลยประพฤติชั่วและหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์จึงประสงค์จะหย่าขาด และระหว่างสมรสมีสินสมรสคือรถยนต์ 1 คัน ที่ดินโฉนดที่ 1176 และเงินค่าตอบแทนที่จำเลยจะได้รับจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 4198, 4084 ให้แก่นายลพเป็นเงิน 3,100,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3743/2518 ของศาลแพ่ง ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากับโจทก์ และแบ่งสินสมรสดังกล่าวให้โจทก์จำเลยให้การว่า ที่ดินโฉนดที่ 1176 และเงินค่าตอบแทน 3,100,000บาท เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่ง ส่วนรถยนต์ราคา5,000 บาท ซึ่งจำเลยพร้อมจะจ่ายให้โจทก์และยินยอมหย่าขาดจากการสมรสจึงขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยาการแบ่งสินสมรสสำหรับรถยนต์ให้จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ 30,000 บาท ที่ดินโฉนดที่ 1176 ให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่ง หรือชดใช้เงินให้โจทก์ 75,000 บาท

ส่วนเงินค่าตอบแทนในการโอนที่ดินโฉนดที่ 4198, 4084 นั้น ให้จำเลยจ่ายให้โจทก์ 1,550,000 บาท เมื่อจำเลยได้รับเงินค่าตอบแทนดังกล่าวจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าระหว่างสมรสของโจทก์จำเลยคุณหญิงผกาฉัตรได้ยกที่ดินโฉนดที่ 4084 และ 4198 ให้จำเลยโดยเสน่หาโดยระบุให้เป็นสินส่วนตัว (เอกสารหมาย ล.19) กับทำพินัยกรรมให้ที่ดินโฉนดที่ 5191 ตกเป็นของจำเลยโดยระบุให้เป็นสินส่วนตัว (เอกสารหมาย ล.2)ต่อมานายลพอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของนางดาพินีภริยานายลพ ไม่ใช่ของคุณหญิงผกาฉัตรและนายลพฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งและแจ้งความกล่าวหาจำเลยทางอาญาหลายคดีในที่สุดนายลพกับจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ (เอกสารหมาย

ล.22) ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3743/2518 ของศาลแพ่ง สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมีใจความสำคัญดังนี้ข้อ 1. โจทก์จำเลย (คดีหมายเลขแดงที่ 3743/2518 ของศาลแพ่ง)ตกลงกันว่าให้ผู้จัดการมรดกของคุณหญิงผกาฉัตรตามที่ศาลจะมีคำสั่งตั้งจัดการโอนที่ดินโฉนดที่ 1176 ให้นายสมโภชน์จำเลย ฯลฯข้อ 2. ส่วนที่ดินโฉนดที่ 5191 ให้ผู้จัดการมรดกตามข้อ 1. จัดการโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายลพ โจทก์แต่ผู้เดียว ฯลฯข้อ 3. ที่ดินโฉนดที่ 4198 และ 4084 ซึ่งมีชื่อนายสมโภชน์จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จำเลยตกลงโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายลพโจทก์แต่ผู้เดียวโดยนายลพโจทก์จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให้นายสมโภชน์จำเลยเป็นเงิน 3,100,000 บาท

ภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน หากครบกำหนดนายลพโจทก์ไม่สามารถนำเงินมาชำระให้จำเลยได้ โจทก์และจำเลยตกลงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาด แล้วชำระเงิน 3,100,000 บาท ให้แก่นายสมโภชน์ ส่วนที่เหลือให้ตกเป็นสิทธิแก่นายลพโจทก์ ฯลฯคดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า ที่ดินโฉนดที่ 1176 กับเงินค่าตอบแทนจำนวน3,100,000 บาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 4198, 4084 ซึ่งจำเลยได้รับตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหมายเลขแดงที่ 3743/2518ของศาลแพ่ง เป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัวของจำเลยศาลฎีกาเห็นว่า ในเบื้องต้นที่ดินโฉนดที่ 5191 ซึ่งผู้จัดการมรดกของคุณหญิงผกาฉัตรจะต้องจัดการโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายลพตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย

ล.22 นั้น เป็นสินส่วนตัวของจำเลยซึ่งจำเลยได้รับมาโดยพินัยกรรมที่ระบุให้เป็นสินส่วนตัว (เอกสารหมาย ล.2)ส่วนที่ดินโฉนดที่ 4198, 4084 ซึ่งจำเลยจะต้องโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายลพ เพื่อจะได้ค่าตอบแทน 3,100,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ก็เป็นสินส่วนตัวของจำเลยเช่นเดียวกัน โดยจำเลยได้รับยกให้มาเป็นสินส่วนตัว (เอกสารหมาย ล.19) แม้ต่อมาจำเลยจะถูกนายลพฟ้องคดีโดยกล่าวอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของนางดาพินีภริยานายลพ ซึ่งคุณหญิงผกาฉัตรไม่มีอำนาจยกให้จำเลยและในที่สุดทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เอกสารหมาย ล.22 และศาลพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3743/2518 ของศาลแพ่งก็ตาม สัญญาประนีประนอมดังกล่าวก็เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างจำเลยกับนายลพในคดีนั้น ซึ่งมีประเด็นเพียงว่า ที่พิพาทเป็นของคุณหญิงผกาฉัตรมีอำนาจยกให้จำเลยหรือไม่เท่านั้น

ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงลักษณะของทรัพย์ยังต้องถือว่าที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของจำเลยอยู่นั่นเอง และเมื่อจำเลยต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นสินส่วนตัวทั้งสามแปลงนั้นให้แก่นายลพตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.22 เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างจำเลยกับนายลพ โดยต่างฝ่ายต่างยอมผันผ่อนให้แก่กันเป็นเหตุให้จำเลยได้มาซึ่งที่ดินโฉนดที่ 1176 กับมีสิทธิได้เงินค่าตอบแทน 3,100,000 บาท ก็ต้องถือว่าที่ดินโฉนดที่ 1176 และเงินค่าตอบแทนดังกล่าวเข้ามาแทนที่ที่ดินทั้งสามแปลงอันเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการขายหรือแลกเปลี่ยนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1465(1)เดิม ดังนั้น ที่ดินโฉนดที่ 1176 กับเงินค่าตอบแทน 3,100,000 บาท จึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย

หาใช้สินสมรสระหว่างโจทก์จำเลยดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาไม่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอแบ่งทรัพย์สินตามรายการที่ (2) ที่ดินโฉนดที่ 1176 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และรายการที่ (3) เงินค่าตอบแทนที่จำเลยจะได้รับจากการโอนโฉนดที่ดินโฉนดที่ 4198, 4084 แขวง(ตำบล) คลองต้น (บางกะปิฝั่งใต้) เขต(อำเภอ) พระโขนง (บางกะปิ) ให้กับนายลพเป็นเงิน 3,100,000 บาทนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ขจร หะวานนท์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4244/2565

คดีเดิมบริษัท จ. ฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดฐานรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายเนื่องจากบริษัท จ. ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อมาจากจำเลยทั้งสองไปขายบุคคลอื่นได้เพราะถูกยึดไว้ตามหมายบังคับคดี และได้หมายเรียกโจทก์เข้า…

Supreme Court Judgment No. 8154/2561

การที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และ อ. ร่วมกันชำระเงิน 1,350,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่จำเลยร่วมทั้งสอง หากจำเลยที่ 1 ที่ 2 และ อ. ไม่ชำระให้บังคับเอาจากโจทก์เป็นเงิน 450,000 บาท พร้อมดอกเบี…

Supreme Court Judgment No. 8951/2561

โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันมีความผูกพันในอันจะต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระ และโจทก์ได้เข้าชำระหนี้นั้นแล้ว โจทก์จึงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยรวมถึงเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกห…

Supreme Court Judgment No. 6099/2560

จำเลยประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ต้องให้ความสำคัญด้านบริการ ทั้งเรื่องสินค้า ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามาใช้บริการและซื้อสินค้าอันจะส่งผลต่อรายได้ของจำเลย โดยเฉพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up