Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2082/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 2 ประมาทไม่ได้หยุดรถเมื่อถึงสี่แยกเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อถึงทางแยกจำเลยได้ชลอความเร็วรถลงแล้ว เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังเป็นยุติแล้วนั้นไม่มีน้ำหนักพอรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้ เป็นการฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเพราะมิได้เถียงในเรื่องข้อเท็จจริงที่ศาลล่างรับฟังไว้แล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 140)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),78,157,160 วรรคหนึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90,91,300,390 ความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย กับกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัสเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก4 เดือน ฐานขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วหลบหนีไม่แจ้งเหตุ จำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 5 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง 43(4),152,157 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,300,390 ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุก 4 เดือนทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยที่ 2เป็นกักขังศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 140)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังเป็นยุตินั้น ไม่มีน้ำหนักพอรับฟังว่าจำเลยที่ 2ขับรถยนต์ด้วยความประมาทเป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลในการรับฟังพยาน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2517 ที่จำเลยที่ 2 อ้าง ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2713/2533พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานีโจทก์นายสมเกียรติหรือกึ้ง เพชรประสิทธิ์ กับพวกจำเลยนายโกศรี เหล่าธารทรัพย์ จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 219ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 2 ประมาทไม่ได้หยุดรถเมื่อถึงสี่แยกเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อถึงทางแยกจำเลยได้ชลอความเร็วรถลงแล้ว เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังเป็นยุติแล้วนั้นไม่มีน้ำหนักพอรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้ เป็นการฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเพราะมิได้เถียงในเรื่องข้อเท็จจริงที่ศาลล่างรับฟังไว้แล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 140)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),78,157,160 วรรคหนึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90,91,300,390 ความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย กับกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัสเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก4 เดือน ฐานขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วหลบหนีไม่แจ้งเหตุ จำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 5 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง 43(4),152,157 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,300,390 ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุก 4 เดือนทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยที่ 2เป็นกักขังศาลอุทธรณ์ภาค 3

Result

พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 140)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังเป็นยุตินั้น ไม่มีน้ำหนักพอรับฟังว่าจำเลยที่ 2ขับรถยนต์ด้วยความประมาทเป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลในการรับฟังพยาน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2517 ที่จำเลยที่ 2 อ้าง ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2

Matter details

Panel of judges
พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 622/2502

รถยนต์เก๋งออกพ้นปากตรอกมาคารางรถรางอยู่ก่อนแล้ว และไม่สามารถจะแล่นต่อไปในถนนได้ เพราะกำลังมีรถยนต์แล่นผ่านไปมา ทั้งจะถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะจะชนรถยนต์บรรทุกที่แล่นสวนเข้าตรอกไป เวลานั้นจำเลยกำลังขับรถรา…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 104943)

นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2519 เรื่อง กำหนดกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 (7) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 และประกาศกระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2519 เ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 26713)

นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 19 กันยายน2519 เรื่อง กำหนดกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5(7) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 และประกาศกระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2519เรื่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up