Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2131/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้สัญญาจ้างก่อสร้างข้อหนึ่งระบุว่า ถ้าผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ แต่สัญญาข้อต่อไปได้ระบุว่า ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขและจัดทำงานที่ไม่ได้ทำไปโดยความซื่อสัตย์สุจริตและปรากฏว่าไม่ประณีตเรียบร้อยให้เรียบร้อยดีภายใน 15 วัน ดังนี้ หมายความว่าผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้เมื่อผู้รับจ้างผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสำคัญที่ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้เพราะมิฉะนั้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีข้อสัญญากำหนดระยะเวลาให้ผู้รับจ้างแก้ไขให้ถูกต้องไว้ เมื่อจำเลยที่ 1 ได้แก้ไขการก่อสร้างส่วนที่ผิดสัญญาให้ถูกต้องตรงตามสัญญาจนโจทก์ตรวจรับงานและชำระเงินค่าจ้างสำหรับงานงวดนั้นแล้วโจทก์จึงไม่สามารถหยิบยกเอาเหตุดังกล่าวมาบอกเลิกสัญญาได้ จำเลยที่ 2 ถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 1 จะฎีกาเพียงผู้เดียว เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 1มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาที่โจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหาย ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ รับจ้างก่อสร้างอาคารเรียนให้โจทก์โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ภายในวงเงิน ๑,๐๙๗,๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจ้างก่อสร้าง ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายจำนวน ๑๐,๖๑๖,๐๐๐ บาทแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดเป็นจำนวน ๑,๐๙๗,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ผิดสัญญาแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างของโจทก์กลั่นแกล้งไม่ยอมรับมอบงานและสั่งให้จำเลยที่ ๑ หยุดงานก่อสร้างเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถทำงานให้เสร็จตามสัญญาและทำให้จำเลยที่ ๑ เสียหาย จึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินค่าเสียหายจำนวน ๗,๘๗๒,๑๔๑บาทแก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ผิดสัญญาจำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาและมิได้กลั่นแกล้งจำเลยที่ ๑ หากจำเลยที่ ๑ จะเสียหายก็ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๙,๒๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดเป็นเงิน ๑,๐๙๗,๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่ามิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น เห็นว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ข้อ ๕ ระบุไว้ว่า 'ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะทำงานจ้างรายนี้ให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายใน ๔๘๐ วันถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนด หรือทำการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดหรือล่วงเลยเวลากำหนดไปแล้วก็ดี ทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดีผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้และการที่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างทำการล่วงกำหนดเวลาไปไม่หมายความว่า ผู้ว่าจ้างผ่อนเวลาให้แก่ผู้รับจ้างอันจะไม่ต้องรับผิดตามสัญญา' ตามสัญญาดังกล่าวกรณีที่จะถือว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาอันโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ได้แก่กรณีที่จำเลยที่ ๑ มิได้ลงมือทำงานเลยจนพ้นกำหนดเวลาตามสัญญา หรือลงมือทำงานแต่ทำไม่เสร็จภายในกำหนดหรือปรากฏว่าในการทำงานจำเลยที่ ๑ ทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด แต่ในกรณีทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดนี้น่าจะหมายถึงการทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสำคัญ

ไม่ใช่หมายความว่าไม่ว่าผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดโจทก์ก็ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้เสมอไปเพราะในสัญญาข้อ ๑๖ มีข้อความตอนหนึ่งว่า 'ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขและจัดทำงานซึ่งได้ตรวจพบว่าไม่ได้ทำไปโดยความซื่อสัตย์สุจริตและปรากฏว่าไม่ประณีตเรียบร้อยนี้ให้เรียบร้อยดีภายใน ๑๕ วัน'แสดงให้เห็นชัดว่าแม้มีการทำงานผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดโจทก์ก็ได้ตกลงไว้ว่าจะให้โอกาสแก่จำเลยที่ ๑ ในอันที่จะแก้ไขปรับปรุงงานให้เรียบร้อยใน ๑๕ วัน นับแต่ที่มีการตรวจพบและเมื่อจำเลยที่ ๑ แก้ไขปรับปรุงตามสัญญาข้อ ๑๖ นี้แล้วก็ไม่อาจจะมาถือเป็นเหตุบอกเลิกสัญญาได้อีก มิฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีข้อความตามข้อ ๑๖ ไว้ในสัญญา ส่วนที่ในสัญญาระบุไว้ว่าการที่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างทำการล่วงกำหนดเวลาไปไม่หมายความว่าผู้ว่าจ้างผ่อนเวลาให้แก่ผู้รับจ้างนั้น

มีความหมายว่าถ้าโจทก์ยอมให้จำเลยทำงานต่อไปอีกทั้งๆที่พ้นกำหนดเวลาตามสัญญาแล้วจำเลยที่ ๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันจะอ้างว่าโจทก์ยอมผ่อนเวลาให้เองจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาไม่ได้เท่านั้น สำหรับกรณีของจำเลยที่ ๑ ตามที่โจทก์อ้างว่าเป็นการทำผิดสัญญามี ๓ เรื่องด้วยกันคือใช้เหล็กเส้นในงานโครงสร้างไม่ตรงตามสัญญาคอนกรีตที่ใช้หล่อคานไม่ได้มาตรฐานเพราะมีน้ำผสมมากเกินไปและเจาะคานคอนกรีตซึ่งเป็นคานคอดินเพื่อวางท่อสายไฟฟ้าและท่อน้ำทิ้งโดยโจทก์ไม่ได้อนุมัติก่อน

ศาลฎีกาเห็นว่าทั้ง ๓ กรณีล้วนเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยได้ดังจะเห็นได้ว่า ในเรื่องเหล็กเส้นไม่ตรงตามรายการในที่สุดโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ชดเชยเป็นเงินเพียง ๗,๘๖๔ บาท เรื่องเจาะคานคอดินโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ใช้อีพ็อคซี่อุด ส่วนคอนกรีตที่ทำไปแล้วปรากฏจากการทดสอบว่าสามารถรับน้ำหนักได้ตามที่กำหนดไว้ในแบบ ยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังได้ตรวจรับงานและชำระเงินให้จำเลยที่ ๑ เรียบร้อยแล้ว โจทก์จึงไม่สามารถหยิบยกเหตุดังกล่าวมาบอกเลิกสัญญาและเรียกให้จำเลยที่ ๑ รับผิดตามฟ้อง

อนึ่ง จำเลยที่ ๒ ถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ ๑ จะฎีกาเพียงผู้เดียว เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาที่โจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหาย ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ ๒ ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕ (๑) ประกอบด้วยมาตรา๒๔๗

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์.

Matter details

Panel of judges
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
Lower court
ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4087/2546

ตามหนังสือสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างเอกสารหมาย จ. 6 ข้อ 6 ระบุว่า "ภายในกำหนด 12 เดือน นับแต่วันที่ผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานนี้จากผู้รับจ้างเป็นต้นไป ถ้ามีเหตุชำรุดเสียหายแก่งานจ้างนี้โดยผู้รับจ้างทำไว้ไม่เรี…

Supreme Court Judgment No. 1539/2548

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินไปจากโจทก์เพียง 45,000 บาท และลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินที่ยังไม่ได้กรอกจำนวนเงินไว้ แล้วมีการนำสัญญากู้ยืมเงินไปกรอกจำนวนกู้เป็น 200,000 บาท ในภายหลังเ…

Supreme Court Judgment No. 97/2546

หนังสือสัญญาจ้างมีข้อความว่า "เมื่อผู้รับจ้างได้ทำการแล้วเสร็จตามงวดงานผู้รับจ้างจะมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าจ้างให้ทราบแล้วให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนไปตรวจรับงานในงวดนั้น ๆ ภายในกำหนดเวลา 5 วัน นับตั้งแต่…

Supreme Court Judgment No. 8001/2544

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบปฏิบัติผิดสัญญาจ้างออกแบบผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้สารกันน้ำซึม และฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงานปฏิบัติผิดสัญญาจ้างมิได้ตรว…

Supreme Court Judgment No. 9539/2539

คดีที่ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 2…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up