คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187, 83 วันนัดไต่สวนมูลฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดได้แล้ว งดการไต่ส่วนมูลฟ้อง นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 ก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านผู้พิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง แล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เป็นเรื่องราษฎรฟ้องความอาญาต่อศาล เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสาม ตอนท้าย บัญญัติว่า ก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น ฉะนั้น ในชั้นนี้จำเลยไม่มีฐานะเป็นคู่ความ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิที่จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยทั้งสามเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
Result
พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสาม