Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2230/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ที่ 1 ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำละเมิดและเรียกค่าเสียหาย 41,283 บาททุนทรัพย์สำหรับโจทก์ที่ 1 ไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำละเมิดให้โจทก์ที่ 1 ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 1,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ที่ 1 ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 14,250บาท ดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายมาดังกล่าวสูงเกินไป เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา248 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มิได้ขับรถประมาทเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยฟังว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายขับรถประมาท แต่จำเลยที่ 3 มิได้อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1มิได้ขับรถประมาท จึงไม่มีประเด็นข้อนี้ในชั้นศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 จึงไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งได้เข้าร่วมกับจำเลยที่ 3 เพื่อดำเนินกิจการรับส่งคนโดยสารไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทด้วยความเร็วสูงตัดหน้ารถยนต์คันที่โจทก์ทั้งสองนั่งแล่นสวนมาเป็นเหตุให้เกิดชนกัน ทำให้โจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บ โจทก์ที่ 2ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 187,189.75 บาทแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 174,130 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า เหตุที่รถเกิดชนกันไม่ได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า

เหตุที่รถเกิดชนกันไม่ได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 หากเกิดจากความประมาทของคนขับรถคันที่โจทก์ทั้งสองนั่งมา ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมาสูงเกินความจริงค่าเสียหายอย่างสูงไม่เกิน 5,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,000 บาทแก่โจทก์ที่ 1 ชำระเงิน 17,615.80 บาทแก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 เมษายน 2525 จนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ที่ 1ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 14,250 บาท และ 62,865.80 บาทตามลำดับ

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 เมษายน2525 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีการะหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา โจทก์ที่ 2 และในฐานะผู้เข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 1ไม่คัดค้าน ศาลฎีกาอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถอนฎีกา จำหน่ายฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 2ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3เฉพาะค่าเสียหายของโจทก์ที่ 2 ส่วนค่าเสียหายของโจทก์ที่ 1เห็นว่าโจทก์ที่ 1 ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำละเมิดและเรียกค่าเสียหายมารวมทั้งสิ้น 41,283 บาท ทุนทรัพย์สำหรับโจทก์ที่ 1 ไม่เกินห้าหมื่นบาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำละเมิดให้โจทก์ที่ 1 ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 1,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ที่ 1 ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 14,250 บาทดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายมาดังกล่าวสูงเกินไป เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา248 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มิได้ขับรถโดยประมาทนั้นเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยฟังว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายขับรถโดยประมาท จำเลยที 3 มิได้อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 1 มิได้ขับรถโดยประมาท จึงไม่มีประเด็นข้อนี้ในชั้นศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 3จึงไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนปัญหาค่าเสียหายของโจทก์ที่ 2 มีเพียงใดนั้น...สรุปแล้วโจทก์ที่ 2 มีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 29,615.80 บาท กรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงให้มีผลถึงจำเลยที่ 1ที่ 2 ซึ่งมิได้ฎีกาด้วย ฎีกาจำเลยที่ 3 ฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 29,615.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 20 เมษายน 2525 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
นาม ยิ้มแย้ม · ธิระพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up