Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2301/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติพิเศษให้เลิกบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236(4) ซึ่งมีผลตามกฎหมายให้บริษัทเลิกกันแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทอีกผู้ร้องและกรรมการอื่นของบริษัทมีเหตุผิดใจกันไม่อาจชำระบัญชีร่วมกันได้. และข้อบังคับของบริษัทก็ไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้. ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีของบริษัทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1251 วรรคสอง.ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นได้มีมติให้ จ. กับ ว. เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท. แต่ผู้ร้องขอให้ศาลตั้ง จ.แต่ผู้เดียวเป็นผู้ชำระบัญชีโดยไม่ปรากฏตามทางไต่สวนว่าเป็นเพราะเหตุใด. ข้อเท็จจริงยังไม่พอแก่การวินิจฉัยจึงสมควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนในข้อนี้เสียก่อน.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องร้องว่า บริษัทแวร์ แอนด์ แวร์ มาเก็ตติ้ง เซอร์วิสเซส จำกัดมีผู้ร้องเป็นกรรมการคนหนึ่ง ต่อมากิจการค้าของบริษัทไม่อาจดำเนินต่อไปได้เนื่องจากกรรมการบริษัทเกิดขัดแย้งกัน และกรรมการบางคนได้ลาออก หากดำเนินกิจการต่อไปจะขาดทุนอย่างเดียว ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจึงมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท และแต่งตั้งนายเจษฎากับนางสาววิไลรัตน์เป็นผู้ชำระบัญชี แต่ปรากฏว่าการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีของบริษัทไม่มีข้อบังคับกำหนดไว้ และไม่มีกรรมการของบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีอันเกิดจากเหตุข้างต้นผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เลิกบริษัท และแต่งตั้งนายเจษฎาเป็นผู้ชำระบัญชีแต่ผู้เดียวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ประชุมของบริษัทได้มีมติพิเศษให้เลิกบริษัทแล้วไม่จำต้องร้องให้ศาลมีคำสั่งเลิกบริษัทอีก และผู้ร้องจะร้องต่อศาลให้ตั้งผู้ชำระบัญชีได้ต่อเมื่อไม่มีกรรมการของบริษัทเมื่อบริษัทเลิกแล้ว

ผู้ร้องไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทเพราะการค้าของบริษัททำไปมีแต่ขาดทุนอย่างเดียว และไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1237(3) นั้น เห็นว่า บริษัทแวร์ แอนด์ แวร์ มาเก็ตติ้ง เซอร์วิสเซส จำกัด ได้มีมติพิเศษให้เลิกบริษัทนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236(4) จึงมีผลตามกฎหมายให้บริษัทเลิกกันอยู่แล้ว ไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทอีก ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ศาลสั่งตั้งนายเจษฎาเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทนั้น มาตรา 1251 ของประมวลกฎหมายเดียวกันนี้บัญญัติว่า"ห้างหุ้นส่วนก็ดี

บริษัทก็ดี ในเมื่อเลิกกันเพราะเหตุอื่นนอกจากล้มละลาย หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหรือกรรมการของบริษัทย่อมเข้าเป็นผู้ชำระบัญชี เว้นไว้แต่ข้อสัญญาของห้าง หรือข้อบังคับของบริษัทจะมกำหนดไว้เป็นสถานอื่นถ้าไม่มีผู้ชำระบัญชีดั่งว่ามานี้ และเมื่อพนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นผู้มีส่วนได้เสียในการนี้ร้องขอ ท่านให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชี"

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา 1251 มิได้มุ่งหมายที่จะให้ผู้ที่เป็นกรรมการของบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทเสมอไปไม่ เพราะมีข้อยกเว้นไว้ว่า ถ้าหากมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ชำระบัญชีของบริษัทก็จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับนั้น ๆ และถ้าหากกรรมการของบริษัทไม่อาจเข้าเป็นผู้ชำระบัญชีได้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ และข้อบังคับของบริษัทไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ กรณีย่อมต้องด้วยวรรค 2ของมาตรานี้ คือไม่มีผู้ชำระบัญชี ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีได้ มิฉะนั้นบทบัญญัติของมาตรา 1251 วรรค 2 ย่อมไร้ผล ไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีใด ๆ ได้ คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องและนายเดนนิส

โรเบอร์ท คริสต๊อฟกรรมการของบริษัทที่เหลืออยู่มีเหตุผิดใจกัน ไม่อาจชำระบัญชีร่วมกันได้ และข้อบังคับของบริษัทก็ไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีของบริษัทตามมาตรา 1251 วรรค 2 ได้ปรากฏตามมติที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นหมาย ร.21 และ ร.35 ว่าหลังจากมีการปรึกษาหารือกันแล้ว ที่ประชุมได้มีมติให้นายเจษฎากับนางสาววิไลรัตน์ เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท โดยได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 20,000 บาท แต่ผู้ร้องได้ร้องขอให้ศาลตั้งนายเจษฎาแต่ผู้เดียวเป็นผู้ชำระบัญชีโดยไม่ปรากฏตามทางไต่สวนว่าเป็นเพราะเหตุใดข้อเท็จจริงยังไม่พอแก่การวินิจฉัยว่าสมควรตั้งผู้ชำระบัญชีคนเดียวหรือหลายคน เพราะหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีในกรณีที่มีผู้ชำระบัญชีหลายคนแตกต่างกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1261 จึงสมควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนในข้อนี้เสียด้วยพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนในเรื่องสมควรมีผู้ชำระบัญชีของบริษัทคนเดียวหรือหลายคน แล้วมีคำสั่งเรื่องตั้งผู้ชำระบัญชีไปตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
เสมา รัตนมาลัย · อุดม บรรลือสินธุ์ · พูน จักรเสน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1772/2540

การขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1237นั้นมิได้กำหนดไว้ให้ต้องทำเป็นคำร้องขอโจทก์จึงชอบที่จะขอให้เลิกบริษัทจำเลยที่1โดยทำเป็นคำฟ้องได้และตามคำฟ้องบรรยายว่าจำเลยที่2ถึงที่…

Supreme Court Judgment No. 6917/2558

สาเหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ประกอบกิจการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ได้จดทะเบียนไว้เนื่องจากเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายโจทก์ที่ 2 และที่ 3 กับฝ่ายจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งต่างเป็นกรรมการผู้มีอำนา…

Supreme Court Judgment No. 8047/2544

อำนาจฟ้องในคดีอาญาเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 เมื่อโ…

Supreme Court Judgment No. 605/2537

ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของ ก. ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลศรีสุทธา ซึ่ง ก.เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตาม ป.พ.พ.มาตรา 1251 วรรคสอง จึงมีอำนาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญช…

Supreme Court Judgment No. 2681/2534

เมื่อบริษัทเลิกกันแล้ว หน้าที่นำความไปจดทะเบียนเป็นของผู้ชำระบัญชีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1254 แต่บริษัท น. ยังไม่มีผู้ชำระบัญชี ทั้งโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท น.ยังโต้แย้งกันอยู่ในเรื่องการชำระบั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up