คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริตต่อหน้าที่และจดหลักฐานเท็จ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อกฎหมายในเบื้องแรกว่า
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริต แต่ได้ความว่า จำเลยนี้ได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีกรมชลประทานให้เป็นช่างบังคับหมู่เขื่อนระบายน้ำโพธิ์เตี้ย มีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างซ่อมแซมบำรุงรักษา ควบคุมการเบิกจ่ายค่าแรงคนงาน ควบคุมคนงานโดยได้รับเงินค่าจ้างเป็นรายวัน จากงบประมาณซึ่งมิใช่ประเภทเงินเดือนจำเลยจึงมิใช่ข้าราชการพลเรือน ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๓ จำเลยจึงมิใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา ไม่มีความผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำดังฟ้อง ตามฎีกาที่ ๕๒๓/๒๔๙๙ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงอื่น
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ว่า แม้ว่าจำเลยไม่ได้เป็นข้าราชการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนก็จริง แต่ก็จำเลยก็เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ. ชลประทานหลวง พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ควรมีผิดดังฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สำหรับผู้ที่มิได้เป็นข้าราชการ แม้จะได้รับการแต่งตั้งในปฏิบัติหน้าที่อย่างข้าราชการ ก็ไม่ทำให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานขึ้นมาได้ เว้นแต่จะอยู่ในข้อยกเว้นของกฎหมาย แม้โจทก์จะได้กล่าวมาในฟ้องว่า จำเลยรับราชการมีตำแหน่งเป็นช่างและมีหน้าที่ทางธุรการอย่างอื่นๆ มาด้วยก็ดี ก็เพียงมุ่งหมายว่าจำเลยเป็นข้าราชการตามธรรมดานั่นเอง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาโดยอ้างเหตุผลเช่นเดียวกับในชั้นอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทำการทุจริตต่อหน้าที่และจดหลักฐานเท็จ เมื่อถือไม่ได้ว่าจำเลยนี้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา ดังเหตุผลที่ศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดและอ้างฎีกามานั้น ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วยและตามฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายถึงความผิดอย่างอื่นอันเป็นเรื่องที่เห็นได้ว่า โจทก์มีความประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยซึ่งไม่ใช่ในฐานเป็นเจ้าพนักงานด้วย คดีก็ไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้
Result
พิพากษายืน