Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2343/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 แต่สำหรับข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อหาความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 5, 13จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาท จำเลยเป็นข้าราชการตำรวจ ไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดมาก่อน พฤติการณ์แห่งคดียังไม่ร้ายแรงจนเกินไปนัก สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นนายตำรวจที่ดีต่อไป โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี คำขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ให้ยกเสียโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2525 นายบัง ชมภูทัศน์ผู้เสียหายได้นำเงินสด จำนวน 10,000 บาท ไปประกันตัวนายอุทิศ สัมพันธุ์พงษ์ ผู้ต้องหาคดีการพนันสลากกินรวบ จำเลยซึ่งเป็นสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสมเด็จได้อนุญาตให้ประกัน ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม 2525 ผู้เสียหายขอถอนหลักประกันจำเลยคืนเงินสดให้ผู้เสียหายเพียง 9,000 บาท โจทก์ฎีกาว่าการที่จำเลยหักเงินผู้เสียหายไว้จำนวน 1,000 บาท เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157 สำหรับข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า

จำเลยได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ ในข้อนี้โจทก์มีพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ 3 ปาก คือ ผู้เสียหาย นายสวัสดิ์ นังตะสาและนายสาง บุตรวัง ซึ่งร่วมกันไปรับเงินประกันคืนจากจำเลยผู้เสียหายเบิกความว่า จำเลยนำเงินมาคืนให้เพียง 9,000 บาทส่วนที่เหลืออีก 1,000 บาท จำเลยไม่ได้บอกว่า หักไว้เป็นค่าอะไร ผู้เสียหายเข้าใจว่า เป็นค่าตอบแทนที่จำเลยได้อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้ให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามว่า เงิน 1,000 บาทนั้น จำเลยหักไว้ชำระหนี้ที่จำเลยฝากเงินให้ผู้เสียหายไปซื้อไม้ แล้วผู้เสียหายมิได้ซื้อให้ ปัจจุบันผู้เสียหายทราบแล้วว่า จำเลยหักเงิน 1,000 บาท ไว้สำหรับเป็นค่าไม้ที่ผู้เสียหายเป็นหนี้นายสวัสดิ์

เบิกความว่า ผู้เสียหายเข้าไปพบจำเลยเพื่อขอเงินประกันคืน พยานนั่งรออยู่ในรถยนต์มิได้เข้าไปด้วย ต่อมาวันหลังผู้เสียหายบอกแก่พยานว่า จำเลยคืนเงินให้ไม่ครบ หักไว้ 1,000 บาทผู้เสียหายไม่ได้บอกว่าจำเลยหักไว้เป็นค่าอะไร ต่อมาพยานให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามว่า เงิน 1,000 บาทที่จำเลยหักไว้นั้น เป็นหนี้ที่ผู้เสียหายค้างชำระเรื่องไม้พยานทราบเพราะผู้เสียหายบอก นายสางเบิกความว่าผู้เสียหายเข้าไปพบจำเลยเพื่อขอเงินประกันคืน พยานไม่ได้ตามเข้าไปด้วยแต่รออยู่ข้างนอก ผู้เสียหายกลับออกมาไม่ได้พูดอะไร ต่อมาผู้เสียหายบอกว่าได้เงินมาไม่ครบขาดไป 1,000 บาท เพราะจำเลยหักเนื่องจากผู้เสียหายเป็นหนี้ค่าไม้ พิเคราะห์คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้ง 3 ปากดังกล่าวแล้ว

เห็นว่า ต่างเบิกความสับสนแต่พอจับใจความได้ว่า จำเลยคืนเงินประกันให้แก่ผู้เสียหายไม่ครบ ขาดไป 1,000 บาท เนื่องจากผู้เสียหายเป็นหนี้จำเลยอยู่ 1,000 บาท เป็นหนี้ที่เกิดจากจำเลยฝากเงินให้ผู้เสียหายไปซื้อไม้ แล้วผู้เสียหายมิได้ซื้อให้และยังมิได้นำมาคืนให้แก่จำเลย คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้ง 3 ปาก ดังกล่าวจึงเจือสมคำเบิกความของจำเลย ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2140/2568

แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าท…

Supreme Court Judgment No. 4789/2565

การที่จะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 จะต้องได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ส. โดยชอบ กล่าวคือ จับกุมขณะ ส. กำลังเล่นการพนัน แล้วหลังจากนั้นจึงเรียกรับเงินจาก ส. เพื่อที่จะไม่ดำเนินคดี เมื่อจำเลยกับพ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2563 (ref. 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 621367)

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 98/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "กรณีที่มีการฟ้องคดีผู้ถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดี ให้ศาลท…

Supreme Court Judgment No. 14738/2558

พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 58/2 ที่ใช้บังคับขณะเกิดเหตุบัญญัติว่า "ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดำรงตำแหน่งนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง..." เมื่อประกาศผลเลือกตั้งในวันที่ 15 กันยายน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up