Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2420/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อผลิตส่งออก โดยยื่นใบขนสินค้าและแบบแสดงรายการการค้าเพื่อใช้สิทธิขอคืนภาษีอากร แต่จำเลยปฏิบัติผิดเงื่อนไข จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายบัญญัติ และมีหน้าที่ประเมินภาษีด้วยตนเอง ตามวิธีการและตามเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมายแล้วยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีอากรตามจำนวนที่พึงต้องชำระ หากจำเลยประเมินไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานของโจทก์ทั้งสองตรวจพบก็จะทำการประเมินใหม่และมีอำนาจประเมินให้จำเลยต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มได้ด้วย ดังนั้นการเสียภาษีจึงมิได้เกิดจากข้อสัญญาระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลย โจทก์ทั้งสองเป็นเพียงผู้ตรวจสอบการเสียภาษีของจำเลยเท่านั้น ถึงแม้จะใช้เวลาตรวจสอบเนิ่นนานไปก็มิใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้ชำระภาษีอากรและเงินเพิ่มแก่โจทก์ทั้งสอง

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 Section 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2534 ถึงเดือนเมษายน2536 จำเลยนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อผลิตส่งออก โดยยื่นใบขนสินค้าและแบบแสดงรายการการค้าเพื่อใช้สิทธิขอคืนภาษีอากร พร้อมทั้งได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางแทนการชำระภาษีอากรต่อโจทก์ที่ 1 หลังจากจำเลยรับสินค้าไปแล้ว ต่อมาปรากฏว่าจำเลยมิได้นำสินค้าที่นำเข้าดังกล่าวไปผลิตเป็นสินค้าและส่งออกภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันนำเข้า เป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไข จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มตามกฎหมายให้แก่โจทก์ทั้งสอง พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ประเมินค่าภาษีอากรส่งแบบแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบและให้นำเงินมาชำระแต่จำเลยเพิกเฉย จึงแจ้งให้ธนาคารผู้ค้ำประกันรับผิดชำระเงินแทน ซึ่งธนาคารก็ได้จัดการชำระเงินแล้วและพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 นำไปหักชำระค่าภาษีอากรได้บางส่วนคงเหลือหนี้ค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มคิดคำนวณถึงวันฟ้องที่จำเลยต้องรับผิดชำระแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินทั้งสิ้น 188,583.15 บาท

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 188,583.15 บาทและเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของต้นเงินอากรขาเข้าค้างชำระนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในข้อแรกว่า พฤติการณ์ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองประกอบกับเอกสารที่โจทก์ทั้งสองส่งศาลเป็นกรณีที่ถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองใช้สิทธิโดยไม่สุจริตตามที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองว่า จำเลยนำของเข้ามาในราชอาณาจักรสองครั้งตามใบขนสินค้าเลขที่ 10431093 และเลขที่ 010200560099 และ

แสดงความประสงค์จะขอคืนภาษีอากรตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 โดยใช้วิธีค้ำประกันค่าภาษีอากรตามมาตรา 19 ตรี แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 แต่ปรากฏว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 19 ทวิ กล่าวคือจำเลยมิได้นำของที่นำเข้ามาใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้าเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 19 ทวิต่อมาโจทก์ที่ 1 ตรวจพบจึงได้ประเมินราคาสินค้าและแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบแล้ว เมื่อ พ.ศ. 2539 และ พ.ศ. 2540 ตามลำดับ แต่จำเลยมิได้เสียภาษีตามที่โจทก์ที่ 1 ประเมิน เห็นว่า การเสียภาษีของจำเลยดังกล่าวเป็นการเสียภาษีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และจำเลยมีหน้าที่ที่จะต้องเป็นผู้ประเมินภาษีด้วยตนเอง ตามวิธีการและตามเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมายแล้ว

ยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีอากรตามจำนวนที่พึงต้องชำระหากจำเลยประเมินไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานของโจทก์ทั้งสองตรวจพบก็จะทำการประเมินใหม่และมีอำนาจประเมินให้จำเลยซึ่งเป็นผู้เสียภาษีต้องรับผิดชำระเงินเพิ่ม นอกเหนือจากภาษีอากรตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายได้ด้วย ดังนั้นการเสียภาษีจึงมิได้เกิดจากข้อสัญญาระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลย โจทก์ทั้งสองเป็นเพียงผู้ตรวจสอบการเสียภาษีของจำเลยเท่านั้นถึงแม้ว่าโจทก์ทั้งสองจะใช้เวลาตรวจสอบเนิ่นนานไป ในกรณีนี้ก็ยังไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์ทั้งสองใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพราะจำเลยมีหน้าที่จะต้องเสียภาษีให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้และเมื่อเสียภาษีไม่ถูกต้องก็จะต้องชำระเงินเพิ่มตามกฎหมายอีกด้วย ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า

โจทก์ทั้งสองใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ฟังขึ้น สำหรับปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ค่าภาษีอากรที่ค้างหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าใดนั้น เห็นว่า แม้คดีนี้ จำเลยจะขาดนัดยื่นคำให้การและโจทก์ทั้งสองได้ส่งเอกสารให้แก่ศาลแล้วก็ตาม แต่ศาลภาษีอากรกลางยังมิได้พิจารณาและวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงเห็นสมควรให้ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาในปัญหานี้ แล้ว พิพากษาใหม่ตามรูปคดี"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ให้ศาลภาษีอากรกลางดำเนินกระบวนพิจารณาคดีตั้งแต่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
องอาจ โรจนสุพจน์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ทองหล่อ โฉมงาม
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1220/2540

โจทก์นำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยแสดงความจำนงต่อ จำเลยทั้งสองว่าจะใช้ของที่นำเข้ามานั้นในการผลิตหรือผสมหรือประกอบหรือบรรจุเพื่อการส่งออกไปยังเมืองต่างประเทศภายในกำหนด 1 ปี เพื่อขอคืนเงินอากรขาเข้า ตามท…

Supreme Court Judgment No. 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

Supreme Court Judgment No. 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

Supreme Court Judgment No. 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

Supreme Court Judgment No. 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up